
กบข.คาดสมาชิกลาออก2แสนรับมือไหว
กบข.ประเมินสมาชิกขอกลับไปใช้บำนาญเดิม 2.1 แสนคน เตรียมสภาพคล่องพร้อมรับมือ
กบข.ประเมินสมาชิกขอกลับไปใช้บำนาญเดิม 2.1 แสนคน เตรียมสภาพคล่องพร้อมรับมือ
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข้าราชการใช้สิทธิเพื่อขอกลับไปรับบำนาญตามสูตรปี 2494 แล้วประมาณ 1 หมื่นคน จากสมาชิกที่มีสิทธิลาออกทั้งสิ้น 7 แสนคน คาดว่าภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2558 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการใช้สิทธิ จะมีสมาชิกลาออกประมาณ 2.1 แสนคน หรือ 30% ของสมาชิกที่มีสิทธิลาออก
กบข.ได้เตรียมเรื่องสภาพคล่องไว้เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์เพิ่มเติม และในแต่ละปีจะมีสมาชิกใหม่ๆ ที่เข้ามาเพิ่มเติมต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีรายได้จากเงินปันผลและค่าเช่าอื่นๆ ด้วย เงินสะสมพร้อมผลตอบแทนซึ่งเป็นเงินที่หักจากเงินเดือน 3% ของข้าราชการ และเป็นเงินก้อนเดียวที่ผู้ประสงค์จะลาออกจะได้รับ คาดว่าจะใช้เงินทั้งสิ้น 4 หมื่นล้านบาท ส่วนเงินประเดิม เงินชดเชย และเงินสมทบจากรัฐทั้งสิ้น 9 หมื่นล้านบาท ยังอยู่ใน กบข.เพื่อนำมาบริหารงานต่อไป
เลขา กบข. กล่าวว่า กรณีที่เลวร้ายที่สุดจะมีผู้ใช้สิทธิลาออกประมาณ 3.5 แสนคน คาดว่าจะใช้เงินไม่เกิน 6.5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง กบข.เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว โดยมีรายรับจากการหักเงินเดือนและเงินสมทบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท/ปี ขณะนี้ กบข.มีสินทรัพย์สุทธิ 703,809 ล้านบาท ดังนั้นการจ่ายเงินคืนคนลาออกจะไม่ส่งผลกระทบต่อการสร้างอัตราผลตอบแทน ความมั่นคงของกองทุน สินทรัพย์จะกลับมาเป็นปกติในช่วงกลางปี 2558
ส่วนใหญ่ผู้ที่ลาออกจะเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ ที่มีสิทธิได้อายุการทำงานพิเศษมากกว่าอายุ 60 ปี ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ถือว่าคุ้มค่า แต่กลุ่มอื่นที่จะลาออกถือว่าไม่คุ้ม แม้ว่าได้รับผลตอบแทนรายเดือนของ กบข.จะน้อยกว่าแบบเดิม แต่ผู้ลาออกจะไม่ได้รับเงินก้อนเมื่อเกษียณอายุ โดยเมื่อรวมเงินสมทบของตัวเองประมาณ 2 แสนบาท และเงินประเดิมก้อนแรก เงินสมทบจากภาครัฐ 3% และเงินชดเชยที่รัฐสะสม 2% คิดเป็นประมาณ 8 แสนบาท ขึ้นอยู่กับอายุงาน รวมประมาณ 1 ล้านบาท ดังนั้น กบข.ต้องเร่งทำความเข้าใจในหลักการ และต้องชี้แจงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุ
ทางด้านผลตอบแทนจากการลงทุนของ กบข. นายสมบัติ กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันได้ผลตอบแทนประมาณ 5.9% นับว่าต่ำกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วง 17 ปีของการจัดตั้ง สามารถทำได้เฉลี่ย 6.9% ต่อปี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรและผลตอบแทนในการลงทุนหุ้นลดลง สอดคล้องกับภาวะการเงินของโลก คาดว่าแนวโน้มผลตอบแทนในปี 2558 จะลดลงกว่าปีนี้
ปัจจุบัน กบข.ลงทุนในพันธบัตรสัดส่วน 63-64% หุ้นในประเทศ 11.5% หุ้นต่างประเทศ 14% และที่เหลือลงในอสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม กบข.อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอแก้เกณฑ์การลงทุนในต่างประเทศเป็น 35-40% จากปัจจุบันกำหนดที่ 25% และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จาก 8% เป็น 12% เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้มากขึ้น







