
แนะออกกม.เศรษฐกิจพิเศษ
นายกสมาคมนิคมอุตสาห กรรมเสนอรัฐบาล เร่งออกกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษแทนที่ใช้มติ ครม.
นายกสมาคมนิคมอุตสาห กรรมเสนอรัฐบาล เร่งออกกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษแทนที่ใช้มติ ครม.
นางอัญชลี ชวนิตย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านเศรษฐกิจและนายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร เปิดเผยว่า รัฐบาลควรจะออกกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมารองรับ แทนการใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างที่ใช้ในขณะนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการควรตั้งองค์กรขึ้นมาดูแลในนโยบายภาพรวม และตั้งองค์กรที่กำกับในพื้นที่โดยตรง มีอำนาจในการบูรณาการการทำงานกับทุกหน่ายงานที่เกี่ยวข้อง และบริหารแบบเอกชนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ขณะเดียวกัน สิ่งที่รัฐบาลควรต้องทำเร่งด้วยก็คือ การจัดทำผังเมืองการใช้ที่ดินให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาวางระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และควรจะนำรูปแบบการพัฒนาพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดมาใช้
นางอัญชลี กล่าวว่า นโยบายการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลเป็นแนวทางที่ถูกต้องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่มุมของผู้ประกอบการแล้วยังมองว่ายังไม่มีแรงดึงดูดเพียงพอให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปลงทุนตั้งนิคมฯ ในพื้นที่เหล่านี้ เนื่องจากยังขาดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนานิคมฯ
นอกจากนี้ ผู้พัฒนานิคมฯ ยังไม่เชี่ยวชาญในพื้นที่ชายแดนอาจมีปัญหาในการรวบรวมที่ดินก่อสร้าง จึงยังไม่มั่นใจว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าไปตั้งโรงงานในพื้นที่มากน้อยเพียงใด
“ปัจจัยสำคัญในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอันดับแรกก็คือ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน รองลงมาเป็นสิทธิประโยชน์การลงทุน และการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างกัน และการเน้นผลักดันให้อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นไปอยู่ในพื้นที่เหล่านี้เพื่อใช้แรงงานต่างด้าว แต่อย่าลืมว่าไทยกำลังออกจากประเทศที่พึ่งพาแรงงานราคาถูกไปสู่ประเทศที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิต และกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ออกไปตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านก็ได้สิทธิพิเศษทางภาษีมากกว่า” นางอัญชลี กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่ดึงดูดรายใหญ่แต่เขตเศรษฐกิจพิเศษถือเป็นโอกาสของนักลงทุนท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่เข้าไปลงทุนตั้งนิคมอุตสาหกรรม หรือร่วมทุนกับผู้ประกอบการรายใหญ่
“ธุรกิจที่เหมาะสมในการเริ่มต้นในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจะเป็นธุรกิจโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมบริการ เพื่อเชื่อมโยงการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน รองรับการขยายตัวจากการเปิดเออีซี” นางอัญชลี กล่าว







