
ถกสูตรโครงสร้างพื้นฐาน
สพพ.เล็งถกบีโอไอ ม.ค. 2558 หาโมเดลช่วยโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนบ้าน สอดคล้องเอกชนไปลงทุน
สพพ.เล็งถกบีโอไอ ม.ค. 2558 หาโมเดลช่วยโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนบ้าน สอดคล้องเอกชนไปลงทุน
นายเนวิน สินสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางเยือนประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนต่อเนื่อง จึงได้มอบโจทย์หลายข้อให้แก่สำนักงาน โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ สพพ. และแผนการส่งเสริมเอกชนออกไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านให้สอดคล้องกัน
ทั้งนี้ เบื้องต้น สพพ.จะหาโอกาสไปหารือกับทางบีโอไอให้ได้ภายในช่วงเดือน ม.ค. 2558 โดย สพพ.จะเสนอให้บีโอไอส่งเสริมผู้ประกอบการมาลงทุนตามแนวเส้นทางโครงการที่ สพพ.ได้เข้าไปช่วยประเทศเพื่อนบ้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว หรือมีแผนจะเข้าไปพัฒนาในอนาคต
“โครงการที่ สพพ.เข้าไปช่วยพัฒนาแล้ว เช่น โครงการก่อสร้างถนนจากบ้านหงสา-บ้านเชียงแมนในลาว ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเหมาะสำหรับการเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะเมื่อก่อสร้างเสร็จ จะสามารถเชื่อมโยงระหว่างหลวงพระบางและน่านได้ ซึ่งปีหนึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาหลวงพระบาง 4-5 แสนคน เราจะร่วมกันคิดว่าทำอย่างไรให้คนมาลงทุน” นายเนวิน กล่าว
หากบีโอไอพบว่าภาคเอกชนไทยต้องการลงทุนในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่พื้นที่ที่ สพพ.เคยไปลงทุน สพพ.ยินดีพิจารณาปรับแผนสนับสนุนและลงทุนโครงการใหม่ แต่ต้องสอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพราะโครงการที่ สพพ.เข้าไปสนับสนุนได้จะต้องมีการร้องขอจากประเทศเพื่อนบ้าน
หลังจากได้ข้อสรุปโมเดลที่ชัดเจนในเดือน ม.ค. 2558 คาดว่าน่าจะเริ่มจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ทันที เช่น การนำเอกชนลงพื้นที่โครงการในประเทศเพื่อนบ้านที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว เนื่องจากปกติบีโอไอจะจัดกิจกรรมพาผู้ประกอบการไปดูตลาดต่างประเทศบ้างอยู่แล้ว
สำหรับปีงบประมาณ 2558 สพพ.มีแผนจะสนับสนุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้วงเงินประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท โดยโครงการหลักที่น่าจะดำเนินการได้แน่นอน คือโครงการก่อสร้างถนนจากบ้านหงสา-บ้านเชียงแมนในลาว วงเงิน 1,977 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสายส่ง 115 กิโลวัตต์ (เควี) และสถานีไฟฟ้าช่วง
น้ำทง-ห้วยทราย
ขณะที่ในปีนี้มีโอกาสจะทำโครงการในกัมพูชา พม่าและเวียดนามด้วย แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการพิจารณาของรัฐบาลประเทศนั้นๆ ด้วย







