
สีและแฟชั่น
สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจในแวดวงอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มแฟชั่น โดยเฉพาะนักออกแบบ ดีไซเนอร์ นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตาม “เทรนด์” หรือแนวโน้มของแฟชั่น โดยเฉพาะกลุ่มสีสุดฮอตในแต่ละปี ตามที่เหล่าเทรนด์เซ็ตเตอร์ในวงการแฟชั่นระดับโลกกำหนดไว้ล่วงหน้า
สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจในแวดวงอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มแฟชั่น โดยเฉพาะนักออกแบบ ดีไซเนอร์ นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตาม “เทรนด์” หรือแนวโน้มของแฟชั่น โดยเฉพาะกลุ่มสีสุดฮอตในแต่ละปี ตามที่เหล่าเทรนด์เซ็ตเตอร์ในวงการแฟชั่นระดับโลกกำหนดไว้ล่วงหน้า
ผศ.ดร.อโนทัย ชลชาติภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้ร่วมจัดโครงการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการแฟชั่น เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้กับตลาดต่างประเทศ ด้วยการยกระดับการออกแบบพร้อมระบุถึงเทรนด์สีและแฟชั่นในปี 2015/2016 โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ
รูปแบบแรกเป็นแนวโน้มแฟชั่นของฤดูกาล Autumn/Winter 2015/2016 ซึ่งประกอบไปด้วย 4 เทรนด์หลัก ได้แก่ Essence เป็นเทรนด์ที่นำเสนอความเป็นสปอร์ตในรูปแบบประยุกต์ ด้วยเฉดสีธรรมชาติ ในโทนขรึม และสะท้อนงานหัตถกรรมโดยมีสีชมพูอมม่วงและส้มอิฐเป็นสีหลัก
Confluence ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ไหลบ่ามารวมกัน ทำให้เกิด Street Style ที่มีเนื้อผ้าหลากหลายสีสันฉูดฉาดสะท้อนความเป็นฮิปปี้ผสมผสานกับความเป็นขบถ โดยมีสีเหลืองสดทุกเฉดจนถึงส้ม และสีน้ำเงิน เทาเป็นสีเบสิก
Dissonance นำเอาศิลปะยุคบาโรกและไบเซนไทน์ที่รุ่งเรืองถึงขีดสุดมาดัดแปลงให้ทันสมัยด้วยเฉดสีที่มืดขรึม ในโทนกรมท่า ฟ้า และม่วง และมีสีทองเป็นแอกเซนต์ และ Existence สะท้อนภาพธรรมชาติในเขตขั้วโลกเหนือที่ปกคลุมด้วยหิมะและเถ้าถ่าน โดยมีสีขาวน้ำแข็ง ดำถ่าน และเขียวหม่น รวมถึงฟ้าน้ำแข็ง (Arctic Blue) เป็นไฮไลต์ เนื้อผ้าเน้นผิวสัมผัสที่เลียนแบบปุยหิมะ ขนสัตว์ และเถ้าถ่าน
ส่วนรูปแบบที่ 2 เป็นเทรนด์แฟชั่นวัตถุดิบผ้าและหนังที่แสดงถึง “สปิริตความเป็นไทย” โดยรวบรวมแรงบันดาลใจที่สะท้อนภาพความเป็นไทยจากหลากหลายแหล่งตั้งแต่สภาพภูมิศาสตร์ ศิลปะผสมผสานของสถาปัตยกรรมในยุคโคโลเนียล ความสนุกสนานร่าเริงและรอยยิ้มที่น่าประทับใจของคนไทย







