
เข้าใจความต่างอย่างมีสไตล์ กับระบบไฟฟ้าของไทย
ไฟฟ้าถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อให้แสงส่องสว่าง หรือใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในครัวเรือน แม้กระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส รวมไปถึงห้อง Datacenter ที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าระบบไฟฟ้าในไทยนั้นมีรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างกันอยู่หลายแบบ ซึ่งในแต่ละแบบนั้นก็มีสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนการใช้งานทั้งสิ้น วันนี้ผมจะมาเล่าถึงระบบไฟฟ้า 2 แบบหลักๆ เพื่อเลือกใช้งานให้ถูกประเภทกันครับ
ไฟฟ้าถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อให้แสงส่องสว่าง หรือใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในครัวเรือน แม้กระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส รวมไปถึงห้อง Datacenter ที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าระบบไฟฟ้าในไทยนั้นมีรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างกันอยู่หลายแบบ ซึ่งในแต่ละแบบนั้นก็มีสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนการใช้งานทั้งสิ้น วันนี้ผมจะมาเล่าถึงระบบไฟฟ้า 2 แบบหลักๆ เพื่อเลือกใช้งานให้ถูกประเภทกันครับ
ระบบไฟฟ้าในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ
1.ระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟส (Single Phase)
2.ระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟส (3 Phases/4 Wires)
ระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟส (Single Phase)
ในบ้านเราระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟส หรือที่เรียกกันว่า Single Phase มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากที่สุด โดยระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟสนี้จะมีแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ 200-240 โวลต์ (Volt) หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า ไฟบ้านนั่นเอง ตามหลักแล้วกระแสไฟฟ้าแบบ 1 เฟสจะประกอบไปด้วยระบบไฟฟ้าที่มีสายไฟจำนวน 2 เส้น โดยเส้นแรกนั้นเรียกว่าสายไลน์ (Line) และมักจะเห็นอักษร L ที่สายหรือแทนสัญลักษณ์ โดยสายไลน์นั้นจะเป็นสายที่มีกระแสไฟฟ้าอยู่นั่นเอง ซึ่งเราสามารถทดสอบได้ง่ายๆ โดยการนำเอาไขควงวัดกระแสไฟฟ้าไปแตะดูจะพบว่าสายไลน์นั้น ไฟที่ไขควงวัดไฟฟ้านั้นจะติดขึ้น ส่วนอีกสายหนึ่งนั้นเราเรียกว่าสายนิวตรอน (Neutral) หรือเรียกง่ายๆ ว่า สายเส้นศูนย์หรือสายที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าอยู่นั่นเอง ซึ่งการใช้ไฟฟ้าแบบ 1 เฟสนี้มักจะใช้งานในครัวเรือนตามปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนั้นกระแสไฟฟ้าแบบ 1 เฟสนี้จะสามารถใช้ไฟฟ้าได้สูงสุดไม่เกิน 100 แอมป์ (สามารถวัดขนาดไฟฟ้าจากเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งบ้านได้) หากเกินกว่านั้นอาจจะเกิดการไม่เสถียรของกระแสไฟขึ้นได้
ระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟส (3 Phases/4 Wires)
ระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟส หรือทางเทคนิคมักจะเรียกว่า 3 Phases 4 Wires นั้นเป็นแบบที่มีการใช้รองลงมาจากระบบไฟฟ้าแบบ Single Phase ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนของระบบไฟฟ้าแบบนี้ คือ ขนาดของกระแสไฟฟ้าที่มีขนาด 220-380 โวลต์ ซึ่งระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟสนี้จะมีจำนวนสายไฟฟ้าที่มีสายไฟจำนวน 3 เส้น ซึ่งทั้งสามเส้นนี้หากเปรียบเทียบกับระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟส คือสายไลน์ (Line) และจะมีอีก 1 เส้นเป็นสายนิวตรอน (Neutral) หรือสายเส้นศูนย์ ซึ่งข้อดีของระบบนี้คือสามารถจะให้กระแสไฟฟ้าได้พร้อมๆ กันได้มากกว่าระบบกระแสไฟฟ้าแบบ 1 เฟสได้ถึง 3 เท่า และในทางเดียวกันจะสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ทั้ง 200 โวลต์ และ 380 โวลต์ ได้พร้อมๆ กัน ซึ่งจะแตกต่างกับระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟสที่สามารถเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ที่ 200 โวลต์เพียงชนิดเดียว และการออกแบบและใช้งานกระแสไฟระบบนี้ควรจะอยู่ในความดูแลจากผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบด้านกระแสไฟฟ้ากำลังโดยตรงเท่านั้น เนื่องจากต้องมีการออกแบบระบบไฟฟ้าเพื่อให้เกิดสภาวะสมดุลในระบบไฟฟ้าได้นั่นเอง







