posttoday
น้ำมันดิ่งลากหุ้นลงหลุม82จุด

น้ำมันดิ่งลากหุ้นลงหลุม82จุด

14 ธันวาคม 2557

ตลาดหุ้นไทยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (4 วันทำการ) ดัชนีร่วงหนักหลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงแตะ 60

ตลาดหุ้นไทยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (4 วันทำการ) ดัชนีร่วงหนักหลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงแตะ 60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานถูกเทขายหนัก กระทบภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก

วันที่ 12 ธ.ค. 2557 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,514.95 จุด ลดลง 82.81 จุด หรือ 5.18% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 61.97% จากสัปดาห์ก่อน โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 8,068.40 ล้านบาท รองลงมาบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 6,126.66 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขาย 1,844.45 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยซื้อสุทธิ 16,039.50 ล้านบาท

หุ้นในครอบครัว ปตท.รูดลงแรงนำตลาด รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ด้วย  ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มตลาดในสัปดาห์หน้ายังมีโอกาสลดลงต่อเนื่อง  บางรายแนะนำให้รอไปซื้อแถวดัชนีต่ำกว่า 1,500 จุด

น้ำมันดิ่งลากหุ้นลงหลุม82จุด

 

ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงแรง นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ และนางเกศรา มัญชุศรี  กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เข้าพบนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เพื่อรายงานภาวะตลาดหุ้นที่ตกต่ำ แต่ยืนยันว่ายังไม่จำเป็นต้องมีมาตรการอะไรออกมาดูแล

สำหรับบริษัทที่เอาเปรียบนักลงทุน โดยการประกาศเพิ่มทุนขายให้กับนักลงทุนเฉพาะกลุ่ม (พีพี) ในราคาต่ำกว่าตลาดมากๆ นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ได้มีการหารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อออกหลักเกณฑ์มาดูแลบริษัทที่มีการเพิ่มทุนแบบพิสดารและควรจะกำหนดระยะเวลาห้ามหุ้นด้วย

‘หมอเสริฐ’ เศรษฐีหุ้นไทย

วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยในปี 2557 พบว่า นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ถือครองหุ้นสูงสุด มูลค่า 5.79 หมื่นล้านบาท รวยขึ้น 2.13 หมื่นล้านบาท หรือ 58.24% ซึ่งครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

รองลงมา นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากอันดับ 5 ในปีก่อนมาอยู่อันดับ 2 ด้วยมูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท แซงนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ซึ่งร่วงมาอยู่อันดับ 3 ในปีนี้ มูลค่าสินทรัพย์ 3.9 หมื่นล้านบาท

ส่วนอันดับ 4 นายสมโภชน์ อาหุนัย  เจ้าของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) มีสินทรัพย์ 3.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.64 หมื่นล้านบาท หรือ 260% จากปีก่อนอยู่อันดับ 10 และอันดับ 5 ปีนี้ คือ นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) หล่นจากอันดับ 4 ถือครองหุ้น 2.47 หมื่นล้านบาท ลดลง 3.70%

ด้าน “ตระกูลจิราธิวัฒน์” แห่งเซ็นทรัล ครองแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 2 มูลค่ารวม 6.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9%

อัด 5 หมื่นล้านพยุงบาท

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าราว 5.25 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ระดับ 1.569 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.162 ล้านล้านบาท) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1.585 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิเพิ่มขึ้น 400 ล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ที่ 2.41 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิอยู่ที่ 181 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ดอลล์ปริศนาแลก100ล.

แหล่งข่าวจากวงการค้าเงิน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีปริมาณธนบัตรสกุลเงินเหรียญสหรัฐมาแลกเปลี่ยนที่ร้านรับแลกเงินสูงผิดปกติประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไม่ได้เป็นเงินเข้ามาจากต่างประเทศ แต่เป็นเงินที่อยู่ในประเทศเอง เพื่อนำไปใช้ทำธุรกรรมบางอย่าง อีกทั้งไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่นของเทศกาลท่องเที่ยว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะทราบถึงความผิดปกติ

ทั้งนี้ ธปท.รายงานยอดรับแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศผ่านผู้รับอนุญาตที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ในเดือน ก.ย. มีการรับซื้อเงินมูลค่ารวม 417 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 94.06% ส่วนการขายมีมูลค่ารวม 419 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 95.05% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ที่มียอดซื้อและขายประมาณ 200 กว่าล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายงานตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า สาเหตุที่ตัวเลขการรับซื้อขายธนบัตรเงินตราต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น เป็นช่วงที่ค่าเงินแข็งขึ้น อาจมีผู้เก็บเงินเหรียญสหรัฐไว้ มีการนำออกมาแลกกลับเป็นเงินบาท และแลกกับร้านเล็กได้อัตราดีกว่าแลกกับธนาคาร

คลังรับศก.ปีนี้ต่ำกว่า 1%

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ยอมรับว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะไม่ถึง 1% เนื่องจากการส่งออกขยายตัวได้แย่ คาดว่าจะติดลบ การเบิกจ่ายลงทุนล่าช้ามาก งบลงทุนเหลื่อมปีกับงบโครงการไทยเข้มแข็ง 2.3 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายประมาณ 100 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่งบลงทุนงบประมาณ 4.44 แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายได้น้อยมากเพียง 2 หมื่นกว่าล้านบาท หรือ 5% ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 ของปีนี้ ขยายตัวได้เต็มที่ 3% ส่งผลให้ทั้งปีขยายตัวได้ไม่ถึง 1%

ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ออกมาบอกในลักษณะเช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน