
MINTถอยหั่นเป้ากำไรรายได้ปี’53
โพสต์ทูเดย์
— MINT มองฟื้นท่องเที่ยวต้องใช้เวลานาน ลดเป้าโตของกำไรรายได้ปีนี้ ส่วนไดเมท โดนการเมืองเล่นงานจบปีรายได้น้อยวืดเป้าหมายน.ส.ประภารัตน์ ตังวัฒนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนว่า บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายของรายได้ปีนี้ลง จากที่คาดว่าจะเติบโต 1215% เหลือเติบโตเพียง 510% จากรายได้ปี 2552 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท และกำไรก็จะโตน้อยกว่าที่คาดไว้ว่าจะขยายตัว 2025% จากปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 1,400 ล้านบาท
สาเหตุที่ต้องปรับลดประมาณการลง เพราะเหตุการณ์จลาจล ได้สร้างความเสียหาย 50 ล้านบาท และมีผลกระทบเพียง 1% ของรายได้ทั้งหมด แต่การท่องเที่ยวของไทยจะต้องใช้ช่วงเวลาในการฟื้นฟูให้นักท่องเที่ยวกลับมา อย่างไรก็ตามธุรกิจร้านอาหารยังเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก
น.ส.ประภารัตน์ เปิดเผยว่า รายได้ธุรกิจโรงแรมจะลดลงในไตรมาส 23 และฟื้นตัวในไตรมาส 4 แต่รวมทั้งปีนี้จะทรงตัวได้ เพราะไตรมาสแรกเติบโตถึง 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และบริษัทยังลดต้นทุนได้มากขึ้นจากการรับจ้างบริหารโรงแรมที่มีอัตรากำไรดี ต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงหลังจากออกหุ้นกู้ในเดือน พ.ค. ได้ดอกเบี้ย 3.98% ต่อปี
สำหรับการลงทุนในปีนี้บริษัทตั้งงบไว้ 5,000 ล้านบาท และบริษัทมีแผนจะออกไปโรดโชว์ที่สหรัฐอเมริกาในเดือน มิ.ย. และเดือน ก.ค. ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ด้านนายสุรพล รุจิกาญจนา ประธานกรรมการ บริษัท ไดเมท (สยาม) หรือ DIMET กล่าวว่า ถึงผลการดำเนินงานงวดปี (1 ก.ค. 255230 มิ.ย. 2553) ว่าบริษัทยังมีกำไรดีอยู่ แม้จะปรับลดเป้าหมายรายได้ปีนี้ลงเหลือเติบโตเพียง 5% จากที่มองว่าจะโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 288 ล้านบาท
“
ในช่วง 3 ไตรมาสแรก บริษัทมีกำไรถึง 8.9 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีก่อนที่ทำได้ 6.4 ล้านบาท แต่ไตรมาส 4 เกิด ปัญหาการเมือง ทำให้ลูกค้าไม่กล้าลงทุนโครงการใหม่จึงลดการสั่งซื้อสินค้าลง และเพื่อลดความเสี่ยง บริษัทได้หันมาทำธุรกิจสีทาอาคารมากขึ้น เพราะมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท”






