
SLCเคาะซื้อฐานวันนี้
ใส่เงิน200ล้านถือหุ้น80%คุยสปริงนิวส์ฮอตติดเคเบิล
โพสต์ทูเดย์
— โซลูชั่น แจ้งเกิดช่องข่าวสปริงนิวส์ บอร์ดฐานเศรษฐกิจประชุม 10 มิ.ย. สรุปข้อเสนอโซลูชั่นร่วมทุน 80% คาดใช้เงิน 200 ล้านบาทแหล่งข่าวจากวงการสื่อ เปิดเผยว่า วันที่ 10 มิ.ย.นี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) ของหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจจะมีการประชุมสรุปการร่วมทุนกับบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC
สาระสำคัญเบื้องต้น SLC จะเข้ามาร่วมทุนถือหุ้น 80% ของทุนจดทะเบียน ส่วนที่เหลืออีก 20% เป็นการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม โดยฐานเศรษฐกิจจะเพิ่มทุนและ SLC ใส่เงินเพิ่มทุนเข้าไปประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเงินเพิ่มทุนเกือบทั้งหมดนำไปชำระหนี้ตามขบวนการปรับโครงสร้างหนี้ และอนาคตมีแผนนำบริษัท ฐานเศรษฐกิจ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
“
หลังจากที่ SLC ร่วมทุนกับฐานเศรษฐกิจแล้ว จะนำช่องข่าวสปริงนิวส์ 24 ชั่วโมง ทางเคเบิลทีวีของบริษัท สปริง คอร์ปอเรชั่น บริษัทลูกที่ SLC ถือ 100% มาเสริมศักยภาพให้กับฐานเศรษฐกิจด้วย โดยทีมงานข่าวของสปริงส่วนหนึ่งเคยทำงานที่ฐานเศรษฐกิจมาก่อน”แหล่งข่าวจากบริษัท ฐานเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า วันที่ 10 มิ.ย. เวลา 10.00 น. มีการประชุมบอร์ด โดยมีวาระเรื่องการร่วมทุนกับ SLC จริง ซึ่งเป็นการสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับแผนและรายละเอียดการร่วมทุน ทิศทางบริษัท รวมทั้งแผนการปรับโครงสร้างหนี้
“
วันที่ 10 มิ.ย. น่าจะมีข้อสรุปเบื้องต้น ถ้า SLC ตกลงเข้ามาร่วมทุน จะมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง เช่น ภาระหนี้สิน แผนการทำงาน หากบอร์ดสนใจก็คุยต่อ” แหล่งข่าวเปิดเผยขณะที่แหล่งข่าวจาก SLC เปิดเผยว่า วันที่ 10 มิ.ย. SLC น่าจะสรุปการร่วมทุนซื้อฐานเศรษฐกิจได้ และข้อตกลงการทำธุรกิจร่วมกัน
นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SLC กล่าวว่า ช่องข่าวสปริงนิวส์ประสบความสำเร็จและแจ้งเกิดภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จากเหตุการณ์จลาจลกลางกรุงเทพฯ ช่วงเดือน เม.ย.พ.ค.
นายอารักษ์ กล่าวอีกว่า ช่องข่าวสปริงนิวส์มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เนื่องจากเป็นสื่อทางเลือกหนึ่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า ใช้เทคโนโลยีสูง ทำให้การรายงานข่าวมีความรวดเร็ว
“
ช่องข่าวสปริงเป็นสื่อทางเลือกหนึ่งที่แจ้งเกิดได้ภายใน 2 เดือน จากเหตุการณ์ชุมนุมในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่ดี” นายอารักษ์ กล่าวประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SLC กล่าวว่า รายได้จากช่องข่าวสปริงนิวส์มาจากการโฆษณาผ่านช่องข่าวและผ่านนิวมีเดียทั้ง SMS และ MMS ซึ่งแนวโน้มการรับข่าวภาพ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ อนาคตผู้ชมผ่านระบบดาวเทียมและเคเบิลทีวีได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากนโยบายล้มเสาติดจานส่งผลให้ยอดผู้ชมผ่านดาวเทียมและเคเบิลทีวี จากเดิม 10% ของผู้ชมทีวี เพิ่มเป็น 26% ในปีก่อน และเพิ่มเป็น 40 % ในปีนี้ รวมทั้งแย่งเค้กรายได้ค่าโฆษณาจากฟรีทีวีมาที่เคเบิลมากขึ้น จากที่เคยมีส่วนแบ่งค่าโฆษณา 12% เพิ่มเป็น 5% หรือ 2,0003,000 ล้านบาท จากค่าโฆษณาทั้งระบบ 8 หมื่นล้านบาท
“
ปีก่อนค่าโฆษณาที่เคยอยู่กับฟรีทีวีก็เริ่มเข้ามาที่เคเบิลทีวีมากขึ้น เพราะเคเบิลทีวีเป็นตลาดเฉพาะที่มีคนดูชัดเจน ซึ่งเทรนของเคเบิลทีวีเท่าเทียมกับฟรีทีวี ตรงที่อยู่บนพาหนะที่นำช่องมาใช้ดูอย่างเดียวกัน” นายอารักษ์ กล่าวปัจจุบันบริษัท ฐานเศรษฐกิจ มีทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท และเมื่อสิ้นปี 2550 มีขาดทุนสะสมทั้งสิ้น 416.14 ล้านบาท เพิ่งมาลดลงเหลือ160 ล้านบาท ในปี 2551 หลังจากมีกำไรสุทธิ 330 ล้านบาท จากรายอื่นเข้ามาจำนวน 569 ล้านบาท







