posttoday
กลุ่มอาหารน่าสนใจ

กลุ่มอาหารน่าสนใจ

10 มิถุนายน 2553

นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำ “ลงทุนปกติ” ในกลุ่มเกษตรและอาหาร เพราะเชื่อว่ามีอนาคต

นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำ “ลงทุนปกติ” ในกลุ่มเกษตรและอาหาร เพราะเชื่อว่ามีอนาคต

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำ “ลงทุนปกติ” ในกลุ่มเกษตรและอาหาร เพราะเชื่อว่ามีอนาคต บล.พัฒนสิน ประเมินว่าไตรมาส 2 ผลงานจะออกมาดี

นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป ประมาณการแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2553 กลุ่มเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้น 19% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยช่วง 1 ปี|ที่ผ่านมาดัชนีกลุ่มเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้น 207.72% และ 52.43% ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับผลการดำเนินงานปี 2552 ที่ขยายตัวถึง 124% ภายใต้เศรษฐกิจโลกปี 2552 ที่ชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม บล.ฟิลลิป คาดว่าผลการดำเนินงานปี 2553 กลุ่มเกษตรและอาหารวิเคราะห์ทั้งสิ้น 7 หลักทรัพย์ คือ บริษัท ซีเฟรชอินดัสตรี (CFRESH) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท จีเอฟพีที (GFPT) บริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) บริษัท ไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) และบริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) จะขยายตัว 19% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทที่ผลการดำเนินงานจะขยายตัวมากที่สุด คือ STA จากผลดีของการฟื้นตัวของยอดขายกลุ่มรถยนต์ที่เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินงาน ขณะที่กลุ่มส่งออกอาหาร โดยเฉพาะ CPF คาดว่าผลการดำเนินงานจะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากราคาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการฟื้นตัวจากการดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ และรับรู้กำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงแนะนำ “ลงทุนปกติ”

บล.ฟิลลิป คาดว่าผลการดำเนินงานกลุ่มส่งออกอาหารยังมีแนวโน้มที่ดีภายใต้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปกลับมาเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจโลก แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพหากเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อหลักทรัพย์ในกลุ่มดังกล่าวว่าผลการดำเนินงานจะยังขยายตัวได้

พร้อมกันนี้ได้ปรับราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าว โดยปรับสัดส่วนราคาต่อกำไร (P/E) กลุ่มส่งออกอาหารขนาดใหญ่อย่าง CPF และ TUF เพิ่มเป็น 12 เท่า จากเดิมที่ 10 เท่า ขณะที่กลุ่มส่งออกขนาดเล็กอย่าง GFPT, CFRESH และ TVO ใช้ P/E 10 เท่า จากเดิมที่ 8 เท่า ขณะที่ STA ให้ P/E ที่ 8 เท่า เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่ผันผวนค่อนข้างสูงหากเทียบกับหลักทรัพย์อื่น

ทั้งนี้ ได้ประเมินราคาเหมาะสมและคำแนะนำตามตารางข้างล่าง ยังคงชอบหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับการส่งออกอาหารเป็นหลัก โดยหุ้นที่เลือกลงทุนสูงสุด คือ CPF และ STA

ด้าน โนมูระ โบรกเกอร์ญี่ปุ่น คาดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมของไทยที่เชื่อมโยงการส่งออก ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่ม สินค้าจำเป็นที่อิงกับการบริโภค เช่น CPF, CPALL, TUF, GFPT จะเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มรายงานกำไรเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับ EMI ของกลุ่มอุตสาหกรรมในภูมิภาคที่อยู่ในกลุ่มที่มี Earning Momentum Index (EMI) สูงสุด ส่วนกลุ่มพลังงาน (น้ำมันปิโตรเคมี) จะเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มรายงานกำไรไตรมาส 2 ปี 2553 ลดลงตาม EMI ของกลุ่มอุตสาห กรรมในภูมิภาค

บล.พัฒนสิน คาดกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะรายงานกำไรไตรมาส 2 ปี 2553 โดดเด่น ได้แก่ กลุ่มที่มีรายได้จากการส่งออกและสินค้าบริโภค (TUF, GFPT, CPF, HANA, KCE, SMT) จะรายงานกำไรโดดเด่นสำหรับไตรมาส 2ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมการค้าโดยรวมที่ฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2552 เป็นต้นมา

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค