
เปิดวิชั่น7ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย
7 ทายาทมหาเศรษฐีจาก 6 ตระกูลดังของเมืองไทย มุ่งสานต่อธุรกิจครอบครัวให้ก้าวสู่บริษัทชั้นนำในอาเซียนและเอเชีย
7 ทายาทมหาเศรษฐีจาก 6 ตระกูลดังของเมืองไทย มุ่งสานต่อธุรกิจครอบครัวให้ก้าวสู่บริษัทชั้นนำในอาเซียนและเอเชีย
Forbes Thailand ฉบับล่าสุดเดือน ธ.ค. เสนอ 7 นักธุรกิจรุ่นใหม่น่าจับตา ได้แก่ ภูริต-ปิติ ภิรมย์ภักดี กลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ โชน โสภณพนิช บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต เฉลิมชัย มหากิจศิริ บริษัท
โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (ทีทีเอ) ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม บริษัท ศุภาลัย รุ่งฉัตร บุญรัตน์ บริษัท มาลีสามพราน และ การัณย์ อังอุบลกุล บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ทายาทผู้สืบทอดธุรกิจตระกูลให้เติบใหญ่ ท่ามกลางความท้าทายใหม่บนโลกธุรกิจที่เปลี่ยนจนคนรุ่นที่แล้วอาจเข้าไม่ถึง
ภูริต-ปิติ รุ่นที่ 4 ของตระกูลภิรมย์ภักดี วาดฝันอีก 5 ปีข้างหน้า ธุรกิจของบุญรอดฯ ต้องโตมากกว่าเท่าตัว หรือรายได้เพิ่มจาก 1.2 แสนล้านบาท เป็น 2.5 แสนล้านบาท โดยจะเป็นบริษัทใหญ่ที่มีความหลากหลายธุรกิจ ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนันแอลกอฮอล์ ติดอันดับ 1 ใน 5 ของเอเชีย
ด้าน โชน แห่งตระกูลโสภณพนิช ต้องการผลักดันกรุงเทพประกันชีวิตก้าวขึ้นเป็นอันดับ 3 อย่างถาวร ใน 4 ปีข้างหน้าในตลาดประกันชีวิต ชูจุดแข็งด้วยบทบาทเป็น “ที่ปรึกษาทางการเงิน” ปัจจุบันส่วนแบ่งในตลาดค่อนข้างขึ้นลงระหว่างอันดับ 3-5
รุ่งฉัตร ผู้หญิงคนเดียวในวัย 29 ปี ที่ใส่ความสดใสลงในบรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้บรรจุกล่องมาลี พร้อมกับขยายไลน์สินค้าให้ครบกลุ่มลูกค้ามากขึ้น พร้อมหวังยอดขายถึง 1 หมื่นล้านบาท ใน 5 ปีข้างหน้า จากรายได้ปีที่แล้วราวกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมก้าวเป็นอันดับ 1 ในตลาด
ขณะที่ เฉลิมชัย หลายคนรู้จักผ่านสื่อบันเทิงด้วยข่าวควงดารา ถึงวันนี้เขาทุ่มเทพลิกฟี้นทีทีเอให้เป็นกำไร มองหาการลงทุนในหลากหลายธุรกิจที่มีกำไรทั้งในประเทศและนอกประเทศ ด้วยเป้าหมายการเป็นบริษัทชั้นนำในเอเชียปี 2563
ไตรเตชะ เป็นอีกหนุ่มที่มุ่งมั่นพาศุภาลัยเติบใหญ่ พร้อมปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ก้าวต่อไปของบริษัทภายใต้ทายาทวัย 36 ปี คือ ตอบโจทย์ลูกค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มความต้องการที่หลากหลาย พร้อมปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นทำเล การออกแบบ พื้นที่ใช้สอย เพื่อให้ลูกค้าศุภาลัยรู้สึกคุ้มค่าเงิน
สำหรับ การัณย์ ต้องการให้บริษัท ศรีไทยฯ ที่ก่อตั้งมากว่า 50 ปี อยู่ต่อไปอย่างสง่าและใหญ่โตขึ้น ไม่เพียงในประเทศแต่ยังไปไกลถึงต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์เมลามีนของศรีไทยฯ มีจำหน่ายมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก พร้อมตั้งเป้าจะมีรายได้ถึง 2 หมื่นล้านบาทในปี 2563 จากปี 2556 ที่มีรายได้ 9,600 ล้านบาท







