
บล.ธนชาต พบนายกรัฐมนตรี ดันจีดีพีโต6%
บล.ธนชาต ขนนักลงทุนสถาบันพบนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นคุมสถานการณ์ได้ ดันจีดีพีโต 6%
บล.ธนชาต ขนนักลงทุนสถาบันพบนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นคุมสถานการณ์ได้ ดันจีดีพีโต 6%
นางอัศวินี ไตลังคะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต เปิดเผยภายหลังนำนักลงทุนสถาบันกว่า10 ราย คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาทเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อรับฟังนโยบาย ภาพรวมเศรษฐกิจ และการเมือง ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นจะสามารถบริหารประเทศ และควบคุมสถานการณ์ได้ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณและงบไทยเข้มแข็งจะเป็นไปตามแผน และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ(จีดีพี) อยู่ที่ 4-5% แต่จะพยายามทำให้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ให้ถึง 6%
ในขณะเดียวกันนักลงทุนการสอบถามเกี่ยวกับเรื่องภาษีว่าจะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะการปรับภาษีมุลค่าเพิ่ม (แวต) เพื่อนำมาเป็นรายได้ของรัฐบาลในการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตตามเป้าหมาย โดยนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าไม่มีความจำเป็นต้องมีมาตรการอื่นมากระตุ้น หรือปรับภาษีเพิ่ม โดยในช่วงที่ผ่านมาสามารถเก็บภาษีได้เกินเป้าหมาย กว่า 2 แสนล้านบาท ภาคการท่องเที่ยว การส่งออก และการบริโภคยังดี รวมภาคการใช้จ่ายของรัฐบาล ด้านการลงทุนและงบประมาณเป็นไปตามแผน สามารถที่จะผลักดันเศรษฐกิจโตได้ตามเป้าหมาย
"นักลงทุนสถาบันพอใจและเชื่อมั่นการบริหารของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีแสดงให้เห็นว่ารู้จริงทุกเรื่องทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ และสามารถที่จะตอบได้ทุกคำถามทั้งปัญหาการเมือง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถคุมสถานการณ์ทุกอย่างได้แล้ว และบอกว่าน่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ประมาณปีหน้า อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีมีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจยุโรปหากชะลอตัวลงก็คงไม่กระทบกับภาคการส่งออกไทยมาก หรือเศรษฐกิจไทยมากนั้นจีดีพียังคงเติบโตได้4-5%แต่หากปัญหาเศรษฐยุโรปรุนแรงและลุกลามก็คงก็กระทบกับจีดีพีเล็กน้อยเท่านั้น"นางอัศวินีกล่าว
นางอัศวินี กล่าวว่า ปัจจุบันบล.ชาตดูแลพอร์ตการลงทุนของลูกค้าประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยเป็นกลุ่มลูกค้าต่างชาติประมาณ6-7 หมื่นล้านบาท แม้ว่าการเข้าพบนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้จะทำให้นักลงทุนชื่อมั่นมากขึ้นแต่ก็คงยังไม่มีการลงทุนเพิ่มทันที่ เพราะยังมีองค์ประกอบอื่นในการตัดสินใจ







