
กองอสังหาฯอะเมซิ่งกำไร330ล.
กองทุนอสังหาฯ เอ็มเอฟซี-อะเมซิ่งฯ ขายโรงแรมให้สิงห์ กำไร 330 ล้าน ผู้ถือหน่วยเฮ ได้13% ต่อปี
กองทุนอสังหาฯ เอ็มเอฟซี-อะเมซิ่งฯ ขายโรงแรมให้สิงห์ กำไร 330 ล้าน ผู้ถือหน่วยเฮ ได้13% ต่อปี
น.ส.ณัฐรี พนัสสุทรากร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (เอ็มเอฟซี) ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซี-อะเมซิ่ง อะลา อันดามัน (M-AAA) เปิดเผยว่า หลังจากกองทุนได้จำหน่ายที่ดินพร้อมอาคารและสิ่งปลูกสร้างโรงแรม เอาท์ริกเกอร์พีพี ไอส์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.กระบี่ ให้แก่บริษัท เอส โฮเทลพีพี ไอส์แลนด์ ไปเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ขั้นตอนจากนี้จะดำเนินการจ่ายเงินปันผลและลดทุนเพื่อเฉลี่ยเงินคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุน
นอกจากนี้ จะขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนในการเลิกกองทุนและเพิกถอนหน่วยลงทุนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน บลจ.เอ็มเอฟซี จึงขอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ หยุดการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุน M-AAA ในวันที่ 1 ธ.ค. 2557 โดยราคาล่าสุด ณ วันที่ 28 พ.ย. 2557 อยู่ที่ 11.70 บาท
นายกวีวัฒน์ โพธานันท์ ผู้จัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์อาวุโส ฝ่ายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่าว่า กองทุน M-AAA ได้รับเงินจากการขายทรัพย์สินมูลค่า 2,450 ล้านบาท จากบริษัท เอส โฮเทล พีพี ไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มสิงห์เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยการขายทรัพย์สินครั้งนี้ ทำให้กองทุนมีกำไรประมาณ 330 ล้านบาท เป็นราคาที่สูงทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ผลตอบแทนที่ดี
“กองทุนนี้ตั้งขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2554 ปันผลต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 7.8% และเมื่อรวมกำไรที่ได้จากการขายทรัพย์สินแล้ว จนถึงตอนนี้กองทุนให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 13% ต่อปี ในเวลา 3 ปี ถือว่าน่าพอใจ” นายกวีวัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ระบุชัดเจนว่า มีการบริหารในเชิงรุกและพร้อมขายทรัพย์สินออกหากได้ราคาที่ดี สอดคล้องกับที่ผ่านมาพบว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สนใจธุรกิจโรงแรมค่อนข้างมาก บลจ.เอ็มเอฟซี มองว่าเป็นจังหวะที่ดีจึงประกาศขายโรงแรมดังกล่าวปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนหลายราย ทำให้กองทุนได้ราคาสูงจากราคาประเมินและราคาตลาดที่บริษัท ดีทีแซด เดเบนทัม ไต เหลียง (ประเทศไทย) ประเมิน ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2557 อยู่ที่ 2,075 ล้านบาท และมูลค่าภายใต้สัญญาจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนอยู่ที่ 2,124 ล้านบาท ส่วนบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเมินไว้วันที่ 15 ส.ค. 2557 ราคาตลาด 1,953 ล้านบาท และมูลค่าภายใต้สัญญาจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนอยู่ที่ 2,148
ล้านบาท
สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ 3 รายแรก ณ วันปิดสมุดทะเบียนวันที่ 20 ส.ค. 2557 ได้แก่ 1.กองทุนส่วนบุคคล บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ถือ 48.40 ล้านหน่วย หรือ 22.83% อันดับ 2.มหาวิทยาลัยขอนแก่น 15 ล้านหน่วย หรือ 7.08% อันดับ 3 กองทุนเปิดภัทร พร็อพเพอร์ตี้ เซคเตอร์ ฟันด์ 9.76 ล้านหน่วย หรือ 4.61%







