คปภ.แจงธุรกิจประกันแข็งแกร่ง
คปภ. แจงธุรกิจประกันภัยแข็งแกร่ง สยบข่าวในสื่อออนไลน์จัดกลุ่มบริษัทเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ผิดพลาด
คปภ. แจงธุรกิจประกันภัยแข็งแกร่ง สยบข่าวในสื่อออนไลน์จัดกลุ่มบริษัทเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ผิดพลาด
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเนื้อหาข่าวได้มีการแบ่งเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยออก เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริษัทที่มีเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ กลุ่มบริษัทที่ต้องระวังเป็นพิเศษ กลุ่มบริษัทต้องระวัง และกลุ่มบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง
น.ส.วราวรรณ เวชชสัสถ์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีบริษัทประกันภัยใดที่มีเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด สำนักงาน คปภ. ได้มีการกำกับตรวจสอบ และติดตามฐานะการเงินของบริษัทประกันภัยทั้งระบบอย่างใกล้ชิด ปัจจุบัน ธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ยประกันภัยรับ จำนวน 1.49 แสนล้านบาท อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนของธุรกิจ 306% และมีอัตราส่วนสินทรัพย์ลงทุนต่อเงินสำรองค่าสินไหมทดแทนของธุรกิจ 230% แสดงให้เห็นว่าธุรกิจประกันวินาศภัย มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมาก สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมั่นใจ
สำนักงาน คปภ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจประกันภัยที่ผ่านมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 13-14% จึงขอฝากประชาชนอย่างหลงเชื่อ ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทประกันภัย ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. www.oic.or.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนประกันภัย 1186
ขณะที่ นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ตามที่ปรากฏว่ามีการส่งต่อข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เรื่องการแบ่งกลุ่มบริษัทตามเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริษัทที่มีเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ กลุ่มบริษัทที่ต้องระวังเป็นพิเศษ กลุ่มบริษัทที่ต้องระวัง และกลุ่มบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านความเชื่อมั่นให้กับบริษัทประกันวินาศภัยหลายๆ บริษัท
"ข้อมูลตัวเลขที่มีการเผยแพร่ดังกล่าวที่อ้างอิงว่าเป็นเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยนั้น แท้จริงเป็นพียงเงินทุนจดทะเบียนของบริษัทประกันวินาศภัยแต่ละบริษัทเท่านั้น ซึ่งเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยคือเงินในส่วนของ “ส่วนของเจ้าของ” ในงบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งเงินทุนจดทะเบียนเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น "นายอานนท์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับความมั่นคงแข็งแรงของบริษัทประกันวินาศภัย โดยใช้หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Capital) ซึ่งบริษัทจะต้องดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับผลขาดทุนหรือความสูญเสียที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ รวมทั้งเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของบริษัทและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนรวมทั้งผู้เอาประกันภัยว่าบริษัทมีความมั่นคงแข็งแรงและมีเงินเพียงพอที่จะจ่ายตามภาระผูกพันในอนาคตได้ โดยปัจจุบันสำนักงาน คปภ. ได้กำหนดอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนไว้ที่ 140% ซึ่งขณะนี้บริษัทประกันวินาศภัยทุกบริษัทผ่านเกณฑ์ดังกล่าวทั้งหมด โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนเฉลี่ยถึง 306%
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย และสถานะความมั่นคงของบริษัทประกันวินาศภัยเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เชื่อถือได้เพื่อจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ อีกทั้งประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสถานะความมั่นคงของบริษัทประกันภัยได้ทางเว็บไซต์ หรือสื่อออน์ไลน์ต่างๆ ของบริษัทประกันวินาศภัยทุกบริษัท หรือทางเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)







