posttoday
"เอ็ม เค" เงินสด 8 พันล.รอจังหวะซื้อกิจการปี'58

"เอ็ม เค" เงินสด 8 พันล.รอจังหวะซื้อกิจการปี'58

24 พฤศจิกายน 2557

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) หรือที่คุ้นเคยในชื่อ “เอ็มเค สุกี้”

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) หรือที่คุ้นเคยในชื่อ “เอ็มเค สุกี้” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2556 เวลาที่ผ่านมา 1 ปีเศษ บริษัทมีการบริหารเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรกอย่างไรบ้าง และจะเติบโตก้าวกระโดดด้วยกลยุทธ์อะไร...

ประวิทย์ ตันติวศินชัย กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน M ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันบริษัทยังมีเงินสดเหลือในมือประมาณ 7,0008,000 ล้านบาท ภายหลังจากนำเงินไปลงทุนสำนักงานแห่งใหม่ ศูนย์กระจายสินค้าและคืนหนี้บางส่วนแล้ว

บริษัทบริหารเงินสดก้อนใหญ่นี้ภายใต้กรอบที่คณะกรรมการกำหนด 2 ข้อ คือ 1.รักษาเงินต้นไม่ให้สูญหาย 2.กระจายฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์ที่มีความมั่นคง เพื่อเตรียมสภาพคล่องให้พร้อมไว้สำหรับซื้อกิจการธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นแผนหลักในการต่อยอดและสร้างการเติบโต จนสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้ผู้ถือหุ้น

บริษัทฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์ในประเทศทั้งหมดโดยให้แต่ละธนาคารเสนอดอกเบี้ยมาแข่งกันและเราเลือกอัตราที่ดีที่สุด เพื่อต้องการพักเงินระยะสั้นเฉลี่ยทั้งพอร์ต ไม่เกิน 1 ปี และแบ่งเงินเป็น 4 ก้อน ก้อนละประมาณ 2,000 ล้านบาท วางแผนให้ครบดีลทุก 3 เดือนเพื่อรองรับโอกาสดีลเข้าซื้อกิจการหากสรุปสำเร็จ

“ช่วงที่ผ่านมา 1 ปี M ได้ผลตอบแทนประมาณ 34% เงินงอกเงยขึ้นมาประมาณ 200300 ล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปราว 0.51% และสูงกว่ากองทุนรวมตราสารหนี้อายุ 6 เดือน ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีที่ราว 23%”

สาเหตุที่บริษัทไม่ลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการบริหารพอร์ตซึ่งไม่เชี่ยวชาญและไม่ใช่ธุรกิจหลัก

สำหรับความคืบหน้าการเข้าซื้อกิจการอยู่ระหว่างการให้ที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งเป็นสถาบันการเงินในประเทศศึกษาจำนวน 2 ดีล เน้นแบรนด์ร้านอาหารที่มีความเชี่ยวชาญ แบ่งเป็นในประเทศและอาเซียน ต้องยอมรับว่าใช้เวลาในการคิดนานเพราะการซื้อกิจการถือเป็นเรื่องใหม่ จึงต้องศึกษาอย่างรอบคอบ และในช่วงแรกจะต้องมีความเสี่ยงต่ำ มูลค่าของดีลไม่ใหญ่อยู่ระหว่าง 1,0002,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีโอกาสได้ข้อสรุปในช่วงต้นปี 2558

หลักการเลือกดีลนั้นบริษัทจะพิจารณาจากอัตราราคาปิดต่อกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย (พี/อีต่ออีบิตดา) ระดับ 15 เท่า บวกลบขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินทรัพย์หลังจากตรวจสอบวิเคราะห์สถานะและประเมินทรัพย์สิน (ดิวดิลิเจนต์) ซึ่งที่ผ่านมามีดีลให้พิจารณาหลายดีลแต่ยังไม่สามารถปิดดีลได้

ทางด้านผลการดำเนินงานในปี 2557 คาดว่ากำไรและรายได้น่าจะใกล้เคียงกับปี 2556 หรือดีขึ้นประมาณ 510% เพราะในช่วงครึ่งปีแรกมีผลกระทบจากกำลังซื้อชะลอตัวและความวุ่นวายทางการเมือง รวมถึงการเปิดสาขาใหม่ได้น้อยกว่าแผนที่วางไว้ 64 สาขา เหลือ 60 สาขา เพราะศูนย์การค้าเปิดสาขาใหม่ได้ช้า

ส่วนแนวโน้มในปี 2558 กำไรและรายได้น่าจะกลับมาเติบโตสู่ภาวะปกติที่ประมาณ 10-15% ซึ่งยังไม่รวมการซื้อกิจการ เพราะคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 4% การปรับราคาอาหารขึ้นเฉลี่ย 4% จากสาขาจำนวน 550 สาขา และเปิดเพิ่มอีกประมาณ 60 สาขา โดยวางบลงทุนไว้ประมาณ 600-700 ล้านบาท ช่วยให้กำไรและรายได้โตอีกราว 10%

อย่างไรก็ดี แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานในปี 2557 น่าจะจ่ายได้ในอัตราที่สูงกว่านโยบายที่วางไว้ ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ หรือไม่ต่ำกว่าปี 2556 ที่ให้ในอัตราประมาณ 70%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท