posttoday
หุ้นสื่อสารมีความหวัง3Gคืบ

หุ้นสื่อสารมีความหวัง3Gคืบ

09 มิถุนายน 2553

หุ้นกลุ่มสื่อสารกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นชัดเจนหลังมีความหวัง ขึ้นมาอีกครั้งจากความคืบหน้าใบอนุญาตโทร.มือถือระบบ 3G

หุ้นกลุ่มสื่อสารกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นชัดเจนหลังมีความหวัง ขึ้นมาอีกครั้งจากความคืบหน้าใบอนุญาตโทร.มือถือระบบ 3G

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

หุ้นกลุ่มสื่อสารกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นชัดเจนหลังมีความหวัง ขึ้นมาอีกครั้งจากการที่กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีกำหนดการชัดเจนเรื่องความคืบหน้าใบอนุญาตโทร.มือถือระบบ 3G ที่จะเปิดประมูลได้ในเดือน ก.ย.นี้ ส่งผลให้มุมมองต่อหุ้นสื่อสารยังเป็นบวก

นักวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คงมุมมองเป็นบวก และคงหุ้นบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มเนื่องจาก

ประการแรก ราคาหุ้นปัจจุบันมีส่วนต่าง (Upside) จากราคาเหมาะสมกรณีไม่รวม 3.9จี มากที่สุด

ประการที่สอง มีโอกาสได้รับประโยชน์จากใบอนุญาตใหม่มากกว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เนื่องจากมีต้นทุนสัมปทานสูงกว่า จึงประหยัดต้นทุนต่อหน่วยมากกว่า

หุ้นสื่อสารมีความหวัง3Gคืบ ภาพประกอบข่าว

ประการที่สาม มีความเสี่ยงด้านการเมืองต่ำกว่าคู่แข่ง (ADVANC มีเรื่องการตรวจสอบการแก้ไขสัมปทานในอดีต และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) มีข้อพิพาทกับ กสทฯ หลายกรณี)

และประการที่สี่ มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง

ด้านสถาบันวิจัยนครหลวงไทย มีมุมมองเป็นบวกจากกรณีที่ กทช.ได้กำหนดกรอบระยะเวลาการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHz ที่ชัดเจนมากขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้มีการประมูลใบอนุญาตในเดือน ก.ย. ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงเวลาที่ประเมินไว้

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากรายละเอียดในเบื้องต้น พบว่า กทช.ชุดใหม่สามารถอธิบายกับข้อสงสัยเกี่ยวกับการประมูลใบอนุญาตซึ่งเคยเกิดขึ้นในร่างสรุปข้อสนเทศฉบับที่แล้ว

ดังนั้น จึงคาดว่าจะทำให้มีปัญหาน้อยลงในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในครั้งต่อไป

ถึงแม้ว่า กทช.จะประเมินว่า ต้นทุนการให้บริการ 3.9G จะอยู่ในระดับ 14–15% ของรายได้จากการให้บริการ ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าการให้บริการ 3G ที่ประเมินไว้ก่อนหน้าที่ระดับไม่เกิน 10%

แต่คาดว่าน่าจะเป็นผลจากการนับรวมค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายการเชื่อมต่อโครงข่าย รวมถึงงบโฆษณาที่จะสูงในระยะแรก โดยประเมินว่าผู้ให้บริการ 3.9G น่าจะยังคงมีผลขาดทุนในช่วงเริ่มต้นของการให้บริการ แต่หลังจากนั้นอัตราการทำกำไรจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นบวกต่อผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทาน และจะส่งบริษัทย่อยเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้

ดังนั้น จึงแนะนำ “ซื้อ” ADVANC และ DTAC สำหรับ TRUE เป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้นตามประเด็นข่าวเท่านั้น

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงคำอธิบายต่างๆ ของ กทช.ชุดใหม่ต่อปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 2 ครั้งที่เกิดขึ้นในปีก่อน สถาบันวิจัยนครหลวงไทยประเมินว่าไม่น่าจะมีปัญหายุ่งยากเกิดขึ้นในการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ และหากไม่มีเหตุการณ์อื่นๆ เข้ามากระทบ สถาบันวิจัยนครหลวงไทยคาดว่าการประมูลใบอนุญาตเพื่อใช้คลื่นความถี่ 2.1 GHz จะเกิดขึ้นราว สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ก.ย. 2553 ซึ่งถือว่าเป็นไปตามคาดหมาย

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย ประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของร่างสรุปข้อสนเทศใหม่ใน 2 ประเด็นหลัก คือ การปรับเพิ่มราคาใบอนุญาตเริ่มต้นเป็น 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงขึ้นจากที่ กทช.ประเมินไว้ อย่างไรก็ดี เห็นว่าการให้ผ่อนชำระค่าใบอนุญาตออกไปได้ จะทำให้ช่วยลดแรงกดดันกับภาระทางการเงินของผู้ที่ได้รับใบอนุญาต เพราะต้องใช้เงินส่วนใหญ่

สำหรับการลงทุนโครงข่าย และประเด็นการเปิดประมูลใบอนุญาตน้อยกว่าจำนวนผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ ซึ่งสถาบันวิจัยนครหลวงไทยประเมินว่าอย่างน้อยจะมีผู้ให้บริการรายใหญ่ 3 รายเข้าร่วมประมูลแน่นอน แต่หากไม่มีบริษัทอื่นๆ เข้าร่วมเนื่องจากตลาดที่ค่อนข้างอิ่มตัว จะทำให้ กทช.เปิดประมูลเพียง 2 ใบ จะทำให้เกิดการแข่งขันราคาที่สูงขึ้นได้

ก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัยนครหลวงไทยประเมินว่า ต้นทุนการให้บริการ 3G ของคลื่นความถี่ 2.1 GHz ของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจะอยู่ที่ระดับตำกว่า 10% ของรายได้จากการให้บริการ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าส่วนแบ่งรายได้ 25–30% ที่ต้องผู้ได้รับสัมปทานต้องจ่ายให้กับรัฐ (TOT และ CAT) แต่จากการให้ข้อมูลของ กทช.ชุดใหม่ที่ระบุว่า ต้นทุนในการให้บริการ 3.9G ของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจะอยู่ในระดับ 14–15% ถือว่าสูงกว่าที่ประเมินไว้ในครั้งแรก

ทั้งนี้ ประเมินว่า กทช.น่าจะนับรวมถึงค่าเสื่อมราคาที่เกิดจากเงินลงทุนของ 3.9G ที่เพิ่มขึ้นจาก 3G และยังมีค่าใช้จ่ายในการขอเชื่อมต่อโครงข่ายกับระบบ 2G ในช่วงแรกที่ยังอยู่ในระหว่างติดตั้งโครงข่าย อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่จะสูงขึ้นจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการรู้จัก

อย่างไรก็ดี สถาบันวิจัยนครหลวงไทย ประเมินว่า หลังจากผู้ได้รับใบอนุญาตมีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ต้นทุนการให้บริการจะปรับลดลงต่ำกว่า 14–15% ของรายได้ ซึ่งจะส่งผลให้กำไรปรับตัวดีขึ้น

ด้าน บล.ทิสโก้ คงน้ำหนักการลงทุน “มากกว่าปกติ” สำหรับหุ้นกลุ่มสื่อสารด้วยวิธีประเมินแบบส่วนลดกระแสเงินสด (DCF) และยังคงแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ ADVANC และ DTAC และยังคงแนะนำ “ถือ” สำหรับ TRUE ปัจจัยเสี่ยงมาจาก ส่วนแบ่งรายได้ระยะยาวที่สูงกว่าคาด 16% การเปลี่ยนแปลงค่าเชื่อมโยงเครือข่ายซึ่งกดดันต่อการปรับลดราคา และข้อพิพาทระหว่าง ทศท. และ กสทฯ

ทั้งนี้ เชื่อว่าการปรับสัญญาสัมปทานการกลับมาผลักดันการประมูลใบอนุญาต 3G น่าจะทำให้ตลาดกลับมาสนใจกลุ่ม ICT อีกครั้งหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน