
เทใจให้ตลาดเก่า
ความเจริญที่รุกคืบไปทั่วหย่อมหญ้าในอาเซียนทำให้พฤติกรรม และวิถีชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อย่างเช่นในประเทศเวียดนาม ที่แม้คนท้องถิ่นจะนิยมไปเดินซื้อของในช็อปปิ้งมอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อมากขึ้น แต่ก็ยังพบว่า ตลาดดั้งเดิมในชุมชนก็ยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเหมือนเคย
ความเจริญที่รุกคืบไปทั่วหย่อมหญ้าในอาเซียนทำให้พฤติกรรม และวิถีชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อย่างเช่นในประเทศเวียดนาม ที่แม้คนท้องถิ่นจะนิยมไปเดินซื้อของในช็อปปิ้งมอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อมากขึ้น แต่ก็ยังพบว่า ตลาดดั้งเดิมในชุมชนก็ยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเหมือนเคย
เว็บไซต์ข่าวเวียดนามเน็ตอ้างผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์แห่งชาติฮานอย ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 70% ที่เลือกไปจับจ่ายใช้เงินที่ซูเปอร์มาร์เก็ตจะให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากที่สุด รองลงมาคือสไตล์การบริการ และคุณภาพของบริการ
คนกลุ่มนี้บอกว่า คุณภาพของสินค้าและความทันสมัยของบริการเป็นสิ่งที่พวกเขาให้น้ำหนักมากที่สุด ดังนั้นผู้บริโภคชาวเวียดนามก็พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงกว่า และได้รับบริการที่ดีกว่า
ผลการสำรวจยังได้แจกแจงลักษณะของผู้บริโภคกลุ่มที่นิยมซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตว่า มักจะเป็นคนที่มีรายได้สูง โดยประมาณ 50% ของคนกลุ่มนี้เป็นพนักงานบริษัท และข้าราชการ ขณะที่อีกราว 40% เป็นแม่บ้าน และที่เหลือประมาณ 10% เป็นพวกวินโดว์ช็อปเปอร์ หรือชอบเดินดูสินค้าแต่ไม่ได้ควักกระเป๋าซื้อ
ขณะเดียวกัน สถาบันวิจัยการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมฮานอย ได้สำรวจโครงการการค้าในกรุงฮานอย พบว่า แม้ว่าช่องทางขายปลีกแบบใหม่ๆ จะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ก็ยังคงสู้ตลาดท้องถิ่นทั่วไปไม่ได้ เพราะผู้บริโภคประมาณ 87.1% ที่ตอบแบบสอบถามครั้งนี้บอกว่า โดยปกติเวลาที่พวกเขาอยากซื้อของ ก็จะไปตลาดแบบดั้งเดิม และยังอยากให้มีตลาดแบบนี้อยู่ต่อไป
ทั้งนี้ เกือบ 70% ยังพอใจกับจำนวนตลาดดั้งเดิมที่มีอยู่ตอนนี้ 21.4% บอกว่ายอมรับตลาดแบบนี้ได้ และมีเพียง 12.7% ที่บอกว่าตลาดดั้งเดิมเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่
ขณะที่เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อมินิมาร์ท ผู้บริโภค 60.7% รู้สึกพอใจกับการที่มีมินิมาร์ทเหล่านี้อยู่ในท้องถิ่น และพอใจกับบริการของร้านมินิมาร์ทและร้านสะดวกซื้อด้วย
อย่างไรก็ตาม มีคนประมาณ 12% ที่รู้สึกไม่พอใจ โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะประเภทสินค้าไม่หลากหลาย แถมยังมีราคาแพงกว่าท้องตลาดทั่วไปอีกต่างหาก
ผู้บริโภคเพียง 37.4% ที่ไปใช้บริการซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นประจำ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีมากถึง 45.8% ที่พอใจกับตลาดยุคใหม่แบบนี้
ปัจจุบันมีชาวเวียดนามมากถึง 61.2% ที่บอกว่าแหล่งช็อปปิ้งประจำของพวกเขาไม่ใช่ซูเปอร์มาร์เก็ต แถมในกลุ่มนี้มีประมาณ 38.4% ที่รู้สึกไม่พอใจเวลาที่จำเป็นต้องไปซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต
สำหรับปัญหาใหญ่ที่ทำให้รู้สึกไม่พอใจก็คือ การที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและช็อปปิ้งมอลล์มีผู้คนไปใช้บริการล้นหลาม โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ดี ซึ่งรวมถึงการเดินทางและที่จอดรถ
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ไม่มีอะไรน่าแปลกใจเลย เพราะตลาดแบบเดิมๆ ยังคงเป็นตลาดที่บรรดาเหล่าแม่บ้านเลือกไปช็อปปิ้ง เพราะว่ามีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ เช่น อาหารสด และยังขายในราคาถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย
ตัวแทนของสมาคมผู้ค้าปลีกเวียดนาม ชี้ว่า ปัจจุบันร้านค้าปลีกสมัยใหม่ยังมีส่วนแบ่งในตลาดน้อยมากในเวียดนาม หากเทียบกับในประเทศอื่นในอาเซียน โดยผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องบุคลากร ขาดแคลนพนักงานขาย นักบัญชี และพนักงานเก็บเงิน และผู้จัดการตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ซึ่งในปีที่ผ่านมา มีบุคลากรเพียง 3.1% เท่านั้นที่ได้รับการฝึกอบรมด้านการบริหารจัดการธุรกิจค้าปลีก







