
เลิกนำเข้า
นับว่าเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สำคัญของประเทศผู้นำข้าวรายใหญ่ของโลก เช่น อินโดนีเซีย ซึ่งล่าสุด โจโค วิโดโด ประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซีย ประกาศว่าภายใน 2 ปี อินโดนีเซียจะพึ่งพาการผลิตข้าวจากในประเทศ จากปีนี้ที่อินโดนีเซียนำเข้าข้าว 5 แสนตัน เป็นข้าวคุณภาพดี 2 แสนตัน และคุณภาพปานกลาง 3 แสนตัน
นับว่าเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สำคัญของประเทศผู้นำข้าวรายใหญ่ของโลก เช่น อินโดนีเซีย ซึ่งล่าสุด โจโค วิโดโด ประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซีย ประกาศว่าภายใน 2 ปี อินโดนีเซียจะพึ่งพาการผลิตข้าวจากในประเทศ จากปีนี้ที่อินโดนีเซียนำเข้าข้าว 5 แสนตัน เป็นข้าวคุณภาพดี 2 แสนตัน และคุณภาพปานกลาง 3 แสนตัน
การประกาศเป้าหมายไม่นำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ส่งผลให้อินโดนีเซียมีแผนเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าว โดยในปี 2558 อินโดนีเซียเตรียมจัดสรรงบ 163.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,200 ล้านบาท ฟื้นฟูที่ดิน 1 ล้านเฮกตาร์ หรือ 6.25 ล้านไร่ สำหรับนำมาปลูกข้าว
สอดคล้องกับนโยบายของบูล็อก หรือองค์การจัดซื้อข้าวของอินโดนีเซีย ที่ประกาศว่า ในปี 2558 บูล็อกจะรับซื้อข้าวจากชาวนาในประเทศในปริมาณ 3.2 ล้านตันเท่ากับเป้าหมายของปีนี้ แม้ว่าปีนี้จะมีการซื้อข้าวจากชาวนาในประเทศได้จริงในปริมาณ 2.4 ล้านตันเท่านั้น
สำนักงานสถิติอินโดนีเซียรายงานว่า ในปี 2557 อินโดนีเซียผลิต ข้าวเปลือกได้ 70.60 ล้านตัน ลดลง 0.94% จากปีก่อนที่อินโดนีเซียผลิตข้าวเปลือกได้ 71.28 ล้านตัน เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวลดลง 2.65 หมื่นเฮกตาร์ หรือประมาณ 1.65 แสนไร่ และในปี 2558 อินโดนีเซียตั้ง เป้าหมายผลิตข้าวเปลือกให้ได้ 73.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4%
ขณะที่บูล็อกรายงานว่า ปัจจุบันบูล็อกมีข้าวสารอยู่ในสต๊อก 1.6 ล้านตัน สูงกว่าปริมาณที่รัฐบาลอินโดนีเซียตั้งเป้าว่าต้องการให้สต๊อกอยู่ในระดับ 3.1 แสนตัน บูล็อกให้เหตุผลการสำรองข้าวไว้ในปริมาณที่สูงว่า เพื่อต้องการรักษาความมั่นคงด้านอาหารและสต๊อกดังกล่าวเพียงพอกับการบริโภคในประเทศได้ 7 เดือนในสถานการณ์ปกติ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงเกษตรสหรัฐประเมินว่า ในปี 2557 อินโดนีเซียผลิตข้าวสารได้ 36 ล้านตัน และคาดว่าจะมีการนำเข้าข้าว 1.4 ล้านตัน เนื่องจากการบริโภคข้าวในประเทศเพิ่มเป็น 38.65 ล้านตันในปีนี้ ใกล้เคียงกับที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ที่ประเมินว่าปีนี้อินโดนีเซียจะนำเข้าข้าว 1.2 ล้านตัน







