
พลังที่จะเผชิญ
แม้การเมืองจะดูสงบ แต่การเติบโตของเศรษฐกิจกลับไม่เติบโตดีเท่าที่คาดหวัง บ้างก็ว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว บ้างก็ว่าเป็นเพราะภาระหนี้ของคนไทยอยู่ในระดับสูงมาก แน่นอนก็คาดหวังว่าภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวนี้คงเป็นระยะสั้น ปีหน้าฟ้าใหม่เศรษฐกิจไทยน่าจะดีกว่าปีนี้ (ถ้าแย่กว่าปีนี้ก็คงแย่มากๆ แล้ว เพราะการเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้คาดกันอยู่ที่ 1.52% เท่านั้น) และก็หวังว่าพวกเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็หวังว่าพวกเจ้าของเอสเอ็มอี และพนักงานของเอสเอ็มอี รวมถึงองค์กรต่างๆ จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในครั้งนี้ไปได้ และช่วงปลายปีนี้ก็เป็นช่วงที่ประเมินผลงาน ปรับขึ้นเงินเดือน ให้โบนัส ก็หวังว่าทุกคนมีความสุขสมหวังแต่ก็คงมีบางคนที่ผิดหวัง แต่ไม่ว่าผิดหวังอย่างไรก็อย่าท้อนะ สู้ๆ
แม้การเมืองจะดูสงบ แต่การเติบโตของเศรษฐกิจกลับไม่เติบโตดีเท่าที่คาดหวัง บ้างก็ว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว บ้างก็ว่าเป็นเพราะภาระหนี้ของคนไทยอยู่ในระดับสูงมาก แน่นอนก็คาดหวังว่าภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวนี้คงเป็นระยะสั้น ปีหน้าฟ้าใหม่เศรษฐกิจไทยน่าจะดีกว่าปีนี้ (ถ้าแย่กว่าปีนี้ก็คงแย่มากๆ แล้ว เพราะการเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้คาดกันอยู่ที่ 1.52% เท่านั้น) และก็หวังว่าพวกเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็หวังว่าพวกเจ้าของเอสเอ็มอี และพนักงานของเอสเอ็มอี รวมถึงองค์กรต่างๆ จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในครั้งนี้ไปได้ และช่วงปลายปีนี้ก็เป็นช่วงที่ประเมินผลงาน ปรับขึ้นเงินเดือน ให้โบนัส ก็หวังว่าทุกคนมีความสุขสมหวังแต่ก็คงมีบางคนที่ผิดหวัง แต่ไม่ว่าผิดหวังอย่างไรก็อย่าท้อนะ สู้ๆ
พลังอย่างหนึ่งที่จะช่วยพวกเราได้ในครั้งนี้ คือ พลังที่จะเผชิญ พลังที่จะเผชิญคือพลังที่ช่วยเอาชนะความกลัว ความไม่มั่นคง และความสงสัยทุกประเภท โดยเฉพาะความสามารถของเราเอง พลังนี้ให้ความกล้าหาญและความมั่นใจที่จะจัดการกับบุคคลหรือสถานการณ์ใดๆ และให้ความสามารถที่เราจะยอมรับความอ่อนแอของเราเอง และเปลี่ยนความอ่อนแอเหล่านั้นเป็นพละกําลัง
คนที่มีพลังที่จะเผชิญ จะไม่มัวแต่ถามหรือบ่นว่า “สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?” หรือ “ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับเราด้วย?” เพราะคำถามหรือคำบ่นเหล่านี้เป็นความคิดที่ไร้ประโยชน์ที่จะไม่เคยช่วยให้เราพบวิธีแก้ไข แต่กลับทำให้ใจที่จะต่อสู้ของเราลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เราซ้ำเติมตัวเองด้วยคำถามหรือคำบ่นเหล่านั้น ดังนั้นแทนที่จะมีความคิดเช่นนั้น เราจําเป็นต้องเตือนตัวเราเองว่า “เราคือบุคคลที่กล้าหาญ” และด้วยศรัทธานี้จะช่วยให้เราพยายามที่จะค้นหาวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดสําหรับปัญหาในมือ
มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง หลายคนอาจเคยอ่านมาแล้ว แต่ก็ให้ข้อคิดดี ก็เลยขอเอามาเล่าให้ฟังกันอีกครั้งนะครับ ...ชายที่ไม่มีงานทําได้สมัครงานตําแหน่ง “เด็กออฟฟิศ” ที่บริษัท ไมโครซอฟท์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็สัมภาษณ์เขา แล้วก็เฝ้าดูเขาทําความสะอาดพื้นเป็นการทดสอบ “เธอได้รับการจ้าง” ผู้จัดการพูด “ให้อีเมลของเธอกับฉัน และฉันจะส่งใบสมัครไปให้เธอกรอก พร้อมกับวันที่ที่เธออาจจะเริ่มงาน ชายคนนั้นตอบว่า “แต่ฉันไม่มีทั้งคอมพิวเตอร์และไม่มีอีเมล” “ฉันเสียใจ” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูด “ถ้าเธอไม่มีอีเมล นั่นหมายความว่าเธอไม่ได้มีชีวิตอยู่ (ไม่มีตัวตน) และใครที่ไม่มีชีวิตอยู่ก็ไม่สามารถมีงานทําได้” ชายคนนั้นก็จากไปโดยที่ไม่มีความหวังเลย เขาไม่รู้ว่าจะทําอะไร ด้วยเงิน 10 ดอลลาร์ในกระเป๋าของเขา เขาก็ตัดสินใจที่จะไปซูเปอร์มาร์เก็ต และซื้อลังมะเขือเทศ 10 กิโลกรัม แล้วเขาก็นํามะเขือเทศไปขายตามบ้าน ในเวลาที่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เขาก็ประสบความสําเร็จในการทําให้เงินทุนของเขาเพิ่มขึ้นเท่าตัว เขาทําซ้ำ 3 ครั้ง และกลับบ้านพร้อมกับเงิน 60 ดอลลาร์ ชายคนนั้นก็ตระหนักว่าเขาสามารถมีชีวิตรอดด้วยวิธีนี้ และเริ่มที่จะไปเช้าขึ้นทุกวันและกลับช้า ด้วยเหตุนี้เงินของเขาก็เพิ่มเป็น 2 หรือ 3 เท่าทุกวัน ในไม่ช้าเขาก็ซื้อรถ 2 ล้อบรรทุกของ แล้วก็รถบรรทุก แล้วเขาก็มีขบวนพาหนะส่งของของเขาเอง 5 ปีต่อมา ชายคนนั้นก็เป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกอาหารที่ใหญ่โตที่สุดในสหรัฐ เขาเริ่มที่จะวางแผนอนาคตของครอบครัวของเขา และตัดสินใจที่จะทําประกันชีวิต เขาเรียกนายหน้าประกันและก็เลือกแผนคุ้มครอง...
เมื่อการสนทนาถูกสรุป นายหน้าก็ขออีเมลของเขา เขาตอบว่า “ฉันไม่มีอีเมล” นายหน้าจึงถามอย่างอยากรู้ว่า “ท่านไม่มีอีเมล แต่ท่านก็ประสบความสําเร็จในการสร้างเครือข่ายบริษัทที่ใหญ่โต ท่านจะจินตนาการได้ไหมว่าท่านอาจจะเป็นอะไร ถ้าท่านมีอีเมล?!!” ชายคนนั้นก็คิดอยู่ชั่วครู่และตอบว่า “ใช่ ฉันจะเป็นเด็กออฟฟิศที่บริษัท ไมโครซอฟท์”
ถ้าคนนี้ท้อตั้งแต่ตอนที่ถูกปฏิเสธ เขาคงไม่ค้นพบศักยภาพของตนเอง และไม่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อย่างวันนี้ แต่เพราะเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่จะเผชิญในทุกเรื่อง ไม่ท้อ และไม่ยอมให้คำพูดของคนเพียงบางคนมาทำลายศักยภาพของตนเอง ทำให้เขาประสบความสำเร็จ พวกเราทุกคนก็สามารถสร้างพลังที่จะเผชิญด้วยตนเองได้ทุกคน
แนะความคิดเพื่อการฝึกฝน
ท่านบราห์มา กุมารี (บ้านพินทุ) ได้สอนบทภาวนาที่จะสร้างพลังที่จะเผชิญให้กับตนเองดังนี้ “วันนี้ฉันกล้าเผชิญกับตัวฉันเอง... ฉันกล้ามองดูบุคคลที่ฉันเป็นอย่างแท้จริง... เฮ้ ฉันคือใคร? ฉันต้องการอะไร? ฉันทําให้ความกดดันที่ปกติวางอยู่บนบ่าของฉันเบาสบายมาก... ฉันทําให้สิ่งนั้นบริสุทธิ์อย่างสิ้นเชิงจนกระทั่งไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่... และฉันเติมเต็มตนเองด้วยความรักและแสงสว่าง... เช่นไฟที่ทรงพลัง ความรู้สึกที่สบาย... สดใสมาก... เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส”...ขอพวกเราทุกคนเต็มเปี่ยมด้วยพลังที่จะเผชิญและประสบความสำเร็จกันทุกคนครับ







