posttoday
เศรษฐกิจไทย บนคลื่นวิกฤตเศรษฐกิจโลกถึงเวลาปรับโครงสร้าง

เศรษฐกิจไทย บนคลื่นวิกฤตเศรษฐกิจโลกถึงเวลาปรับโครงสร้าง

08 มิถุนายน 2553

 

....นคร สังข์รัตน์

โลกในปัจจุบันเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน เกิดการเชื่อมโยงต่อเนื่องกันในลักษณะเครือข่ายจนเสมือนไม่มีพรมแดนทางเศรษฐกิจ ในด้านหนึ่งอาจเกิดประโยชน์มหาศาลภายใต้การแข่งขันเสรีนิยม โดยทุนจะเคลื่อนย้ายไปยังประเทศต่างๆ ของโลกที่ให้เงื่อนไขและผลประโยชน์ที่ได้กำไรสูงสุด

แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้นจะทำให้ความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนต่างๆ ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ย่อมสร้างความเสียหายอย่างรวดเร็ว รุนแรง และกว้างขวาง

แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ขึ้นอยู่กับแนวโน้มการเติบโตของระบบเศรษฐกิจและการค้าในระดับโลกและระดับภูมิภาคในระดับที่สูงขึ้น เห็นได้จากระดับของการเปิดประเทศ ที่เพิ่มสูงขึ้นจาก 66% ในปี 2533 เป็น 150% ในปี 2552 สัดส่วนอุปสงค์ในประเทศต่อภาคเศรษฐกิจระหว่างประเทศลดลงจาก 69.1% ในปี 2549 เหลือ 64.2% ในปี 2551 แต่กระเตื้องเป็น 74.8% ในปี 2552 จากภาคต่างประเทศหดตัวลง

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงระหว่างปี 25502552 ชะลอตัวลงจากอัตราการขยายทางเศรษฐกิจ 4.9% ในปี 2550 ลดลงเหลือ 2.5% ในปี 2551 จนกระทั่งเกิดการหดตัวลง 2.2% ในปี 2552 เนื่องจากเผชิญปัจจัยลบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีสาเหตุมาจากการล่มสลายทางธุรกิจของบริษัท เลห์แมน บราเธอร์ส และวิกฤตการเมืองในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการส่งออก

แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงในภาคการเงิน แต่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากโดยอ้อมที่ค่อนข้างรุนแรงจากการพึ่งพิงการส่งออกสินค้าและบริการอย่างมาก เนื่องจากวิกฤตนี้ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกตกต่ำและการค้าระหว่างประเทศลดลง เห็นได้จากการส่งออกในปี 2550 ที่เคยขยายตัว 17.5% กลับหดตัวลงอย่างมากในปี 2552 จนติดลบ 13.9% ในขณะที่ GDP ติดลบ 2.2% ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับความตกต่ำที่เกิดขึ้นในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540

นอกจากนี้ ปัญหาหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศยูโรโซน หรือประเทศกลุ่มหมู 5 ตัว (PIIGS) อันประกอบด้วย โปรตุเกส อิตาลี ไอซ์แลนด์ กรีซ และสเปน ที่กำลังปะทุขึ้นเป็นวิกฤตระลอกใหม่ที่นักวิเคราะห์หลายสำนักได้ตั้งชื่อวิกฤตครั้งนี้ว่าเป็นวิกฤตโอลิมปิก เนื่องจากมีประเทศกรีซเป็นต้นตอเช่นเดียวกับการเป็นต้นกำเนิดของกีฬาโอลิมปิก ซึ่งปัจจุบันได้ขยายตัวไปยังประเทศฮังการีเรียบร้อยแล้วนั้น จากการศึกษาของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พบว่าอาจส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Sector) ของไทยไม่มากนัก เนื่องจากมูลค่าการค้าระหว่างไทยและประเทศในกลุ่ม PIIGS มีสัดส่วนไม่สูงมาก หรือสัดส่วนเพียงร้อยละ 1.8

นอกจากนี้ ในด้านของผลกระทบด้านการลงทุนก็อยู่ในวงจำกัด เนื่องจากสัดส่วนการลงทุนโดยตรงสุทธิจากกลุ่ม PIIGS ในไทยคิดเป็นสัดส่วนที่น้อยเพียงร้อยละ 0.69 ของการลงทุนโดยตรงสุทธิในไทย อย่างไรก็ตาม อาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยอยู่บ้าง เนื่องจากสัดส่วนนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศ PIIGS คิดเป็นร้อยละ 2.5 ของจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมของไทย

นอกจากนี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาคการเงินไม่มากนักเช่นกัน เห็นได้จากมูลค่าการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินไทยกับประเทศในกลุ่ม PIIGS มีน้อย อย่างไรก็ตาม อาจได้รับความเสี่ยงทางอ้อมจากการที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยุโรปมีธุรกรรมกับประเทศในกลุ่ม PIIGS ดังนั้นธนาคารในยุโรปเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบหากกลุ่ม PIIGS ไม่สามารถแก้ปัญหาภาวะหนี้สาธารณะในระดับสูงของตนได้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็น Counterparty Risk กับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยได้อีกทอดหนึ่ง ในด้านผลกระทบจากความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน พบว่าจะมีความผันผวนมากขึ้น โดยจะส่งผลให้นักลงทุนถอดถอนการลงทุนจากภูมิภาคยุโรปและเอเชียไปสู่สหรัฐและญี่ปุ่นที่มีความปลอดภัยกว่า

จากการเผชิญกับวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ต่อเนื่องมาจนถึงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในช่วงปี 25512552 และปัจจุบันที่กำลังปะทุคือวิกฤตโอลิมปิก กำลังสะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีความเปราะบาง ซึ่งแต่เดิมเป็นผลจากการเปิดเสรีทางด้านการเงิน ในขณะที่นโยบายเศรษฐกิจมหภาคและระบบการเงินยังไม่มีความพร้อม และต่อมาเป็นผลของการพึ่งพาเศรษฐกิจจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศเพื่อลดการพึ่งพิงตลาดส่งออกที่มุ่งเน้นปัจจัยการผลิตที่มีราคาถูกและใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง เพื่อก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างนวัตกรรมภายในประเทศเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันบนพื้นฐานของความได้เปรียบที่แท้จริง

นอกจากนี้ ยังควรมุ่งเน้นการยึดหลักทางสายกลางตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤต ให้เกิดการเจริญเติบโตแบบสมดุลและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน