posttoday
"เทรนดิ้ง เนชั่น"ทางรอดส่งออกไทย

"เทรนดิ้ง เนชั่น"ทางรอดส่งออกไทย

11 พฤศจิกายน 2557

ต้องยอมรับว่านับวันความสามารถการแข่งขันของภาคส่งออกไทยยิ่งลดลง

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ต้องยอมรับว่านับวันความสามารถการแข่งขันของภาคส่งออกไทยยิ่งลดลง ซึ่งมาจากหลายปัจจัย เช่น ขาดแคลนวัตถุดิบ ขาดแคลนแรงงาน ประกอบกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ที่เคยได้จากประเทศคู่ค้าเริ่มหมดไป ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจนทำให้ลูกค้าหันไปนำเข้าจากประเทศอื่นแทน

ไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษาของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ชี้ถึงความจำเป็นที่ไทยจะต้องเดินหน้าสู่การเป็นเทรดดิ้ง เนชั่น ว่า ตอนนี้หมดยุคที่ไทยจะแข่งขันส่งออกจากการรับจ้างผลิตสินค้าจำนวนมาก แต่ถึงยุคการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งทางออกคือ การเป็นเทรดดิ้ง เนชั่น

สำหรับยุทธศาสตร์เทรดดิ้ง เนชั่น นอกจากผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของภูมิภาคลักษณะเดียวกับสิงคโปร์แล้ว ไทยจะใช้ความได้เปรียบที่มีมากกว่าคือ มีฐานการผลิตสินค้าเป็นของตัวเอง ซึ่งจากนี้ไปผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยจะต้องเปลี่ยนแนวคิดใน 2 ส่วนคือ ส่วนแรก การผลิตสินค้าเพื่อตลาดในประเทศจะต้องตอบสนองความต้องการบริโภคภายในของคนไทย รวมถึงนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาในไทย ต้องเน้นเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ส่วนที่ 2 คือ การผลิตสินค้าเพื่อส่งออกต้องผลิตได้ตามมาตรฐานสากล ส่วนสินค้าที่ไทยขาดแคลนวัตถุดิบ ขาดแคลนแรงงาน ผลิตในประเทศแล้วแข่งขันไม่ได้ต้องออกไปลงทุนผลิตในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีปัจจัยเอื้อในเรื่องดังกล่าวแทน เช่น ลงทุนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม หรือหากไม่ไปลงทุนก็ต้องนำเข้าวัตถุดิบ หรือสินค้ากึ่งสำเร็จรูปเข้ามาผลิตในไทยเพื่อส่งออก โดยใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) ที่ในปี 2558 ภาษีการนำเข้าสินค้าระหว่างกันของ 10 ประเทศจะลดเหลือ 0%

ทั้งนี้ สภาผู้ส่งออกคาดหวังว่าจะมีการนำยุทธศาสตร์เทรดดิ้ง เนชั่น ไปหารือในคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) หรือคณะกรรมการโลจิสติกส์แห่งชาติเดิม ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 11 กระทรวงร่วมเป็นคณะกรรมการร่วมกับสถาบันภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

“รัฐบาลต้องเป็นแม่งานเรื่องเทรดดิ้ง เนชั่น และนับจากนี้ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องในทุกรัฐบาล เพื่อให้เดินไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้” ไพบูลย์ ย้ำ

สำหรับเป้าหมายของการเป็นเทรดดิ้ง เนชั่น ภายในปี 2563 คือ การต่อยอดจากการเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้า โดยต้องการให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยอยู่รอด เพราะเอสเอ็มอีเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อยกระดับรายได้ของคนไทยให้หลุดพ้นจากการเป็นประเทศกำลังพัฒนา และสร้างรายได้การค้าระหว่างประเทศให้สูงขึ้น เพื่อพัฒนาขีดความสามารถแข่งขันของประเทศให้กลับมา สุดท้ายวางเป้าที่จะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ภายในปี 2573

ขณะที่การจะบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาอันสั้นนั้น ไพบูลย์ เห็นว่า จำเป็นต้องมีการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐแบบกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) รวมทั้งต้องเร่งรัดการดำเนินงานในลักษณะเดียวกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศ (เจโทร) ของญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ข้อมูลการค้า การลงทุนเชิงลึกของตลาด ปรับเปลี่ยนโครงสร้างสินค้าส่งออกให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแผนยุทธศาสตร์และแนวทางที่ภาคเอกชนเห็นและพยายามนำเสนอเพื่อหวังให้เป็นทางเลือกทางรอดของภาคส่งออก ทว่าผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมาคงขึ้นอยู่กับความจริงจังและจริงใจของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาด้วย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน