
"ประสาร"พร้อมผ่อนนโยบายการเงินเพิ่มเติมหากศก.โตต่ำคาด
ผู้ว่าการ ธปท.แย้มพร้อมพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจขยายตัวได้ต่ำกว่าคาดการณ์
ผู้ว่าการ ธปท.แย้มพร้อมพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจขยายตัวได้ต่ำกว่าคาดการณ์
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวในงานโครงการบริการวิชาการแก่สังคม เรื่อง “นับถอยหลัง เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน : AEC” ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและต่ำกว่าที่คาดการณ์ รวมถึงส่งออกที่ชะลอตัว การท่องเที่ยวที่อาจจะต่ำกว่าประมาณการณ์ ดังนั้น การดำเนินนโยบายการเงินนังจำเป็นต้องผ่อนคลายเพื่อประคับประครองเศรษฐกิจไม่ให้มีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพในระยะยาว ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ครั้งที่ผ่านมาก็เป็นห่วงเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งหากจำเป็นก็อาจมีการผ่อนคลายเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจไม่เป็นตามที่คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันนโยบายการเงินผ่อนปรนอยู่แล้ว โดยดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ที่ 2%
"เศรษฐกิจทุกวันนี้จะหวังพึ่งส่งออกที่เคยเติบโตอย่างเข้มแข็งไม่ได้แล้ว เพราะส่งออกไม่ได้โตด้วยเลขสองหลักเหมือนเดิมแล้ว โตได้แค่ครึ่งของหลักเดียวก็ดีแล้ว แต่ปีนี้ส่งออกอาจจะโตติดลบ คิดว่า 1-2 ปีข้างหน้านี้เราต้องพึ่งเศรษฐกิจในประเทศ ถ้าเศรษฐกิจรอบนี้ยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาด ซึ่งปีนี้คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 1.5% แต่อาจจะโตไม่ถึง และปีหน้าคาด 4.8% ก็อาจจะต่ำกว่าที่คาด" นายประสารกล่าว
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยประเทศเดียวมีอัตราการเติบโต (จีดีพี)เพียง 0.5% ของโลก แต่ถ้ารวมเป็นกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)จะมีจีดีพีเป็น 3% ของโลก แต่ถ้าเออีซี+3 (ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้)จะมีจีดีพีที่ 22-23%ของโลกเท่ากับจีดีพีของาหรัฐอเมริกา และถ้าเออีซี+6(ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดียจะมีมูลค่าจีดีพี 30% ของโลก การรวมตัวของเออีซีจึงเป็นจุดดึงดูดให้ทุกคนหันมาสนใจเออีซี







