
ขอบีโอไอ5เดือนทะลุ 500 โครงการ
ยอดขอบีโอไอ 5 เดือนทะลุ 500 โครงการ ลงทุน 1.7 แสนล้าน แค่เดือนพ.ค.พุ่ง 4 หมื่นล้านบาท
ยอดขอบีโอไอ 5 เดือนทะลุ 500 โครงการ ลงทุน 1.7 แสนล้าน แค่เดือนพ.ค.พุ่ง 4 หมื่นล้านบาท
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึง สถานการณ์การลงทุนในช่วงว 5 เดือนแรกของปี 2553 (ม.ค.-พ.ค. ว่า มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเป็นจำนวน 507 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 1.72 แสนล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน
ทั้งนี้ในเดือนพ.ค.มีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนถึงจำนวน 107 โครงการ มีมูลค่า 3.97 หมื่นล้านบาท ซึ่งมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกเดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศยังเชื่อมั่นศักยภาพของประเทศไทย
โดยอุตสาหกรรมที่มีการขอรับส่งเสริมมากที่สุดได้แก่ กิจการบริการและสาธารณูปโภค จำนวน 139 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 8.1 หมื่นล้านบาท อันดับสองได้แก่กิจการผลิตโลหะ เครื่องจักร ยานยนต์และชิ้นส่วน จำนวน 105 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2.19 หมื่นล้านบาท อันดับสามกิจการเกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตร จำนวน 84 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.83 หมื่นล้านบาท
สำหรับการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ มีการขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 306 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 8.6 2 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ที่มี 226 โครงการ ส่วนมูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 4.13 หมื่นล้านบาท โดยกิจการที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนสูงสุด เป็นกิจการกลุ่ม โลหะขั้นมูลฐาน เซรามิก และเหมืองแร่ มีมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 2.45 หมื่นล้านบาท รองลงมา เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง มูลค่าเงินลงทุน 1.89 หมื่นล้านบาท กิจการบริการ และสาธารณูปโภค มูลค่าเงินลงทุน 1.31 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด ยังเป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น มีจำนวน 120 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 3.3 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 92% รองลงมาคือ นักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ มีจำนวน 32 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 7,689 ล้านบาท อันดับสาม นักลงทุนจีน มีจำนวน 12 โครงการมูลค่าเงินลงทุน 6,473 ล้านบาท ตามด้วยฮ่องกง 11 โครงการ เงินลงทุน 2,693 ล้านบาท และออสเตรเลีย 9 โครงการ มูลค่า 2,091 ล้านบาท เยอรมนี 14 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1,463 ล้านบาท เป็นต้น
นางอรรชการ กล่าวว่า เพื่อเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ บีโอไอจึงมีแผนจะเดินทางไปชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศ (โรดโชว์) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำหนดจัดงาน “นายกรัฐมนตรีพบนักลงทุน” ในวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย. 2553 เพื่อชี้แจงให้นักลงทุนเข้าใจถึงทิศทางที่รัฐบาลจะสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม โดยจะมีนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 1,300 ราย







