
สุภาพบุรุษคนที่ 4
กลางสัปดาห์หน้าในวันที่ 12-13 พ.ย. สำหรับหลายคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของประชาคมอาเซียนก็คงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดครับ เพราะการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือ ASEAN Summit ครั้งที่ 25 จะเกิดขึ้นที่กรุงเนย์ปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศพม่า
กลางสัปดาห์หน้าในวันที่ 12-13 พ.ย. สำหรับหลายคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของประชาคมอาเซียนก็คงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดครับ เพราะการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือ ASEAN Summit ครั้งที่ 25 จะเกิดขึ้นที่กรุงเนย์ปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศพม่า
หลายๆ ประเด็นคงจะถูกนำขึ้นมาถกเถียงกัน โดยเฉพาะการเร่งเดินหน้ามาตรการต่างๆ สู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการในปี 2558 การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลทางการค้าอาเซียน (ASEAN Trade Repository : ATR) การวางกรอบการเจรจาเพื่อสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจในอาเซียนอย่างเท่าเทียมกัน (ASEAN Framework for Equitable Economic Development : AFEED) และประเด็นอื่นๆ อีกมากมายจะถูกนำเสนอโดยคณะทำงานและรอการให้ความเห็นชอบและการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนอาเซียนหลังปี 2558 โดยผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
แต่อีกประเด็นที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันคงจะเป็นตัวบุคคลที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งสปอตไลต์และแสงแฟลชคงฉายแสงอย่างโดดเด่นไปที่บุคคลระดับผู้นำประเทศ 3 ท่าน ได้แก่ ประธานาธิบดีเต็งเส่ง ผู้นำสูงสุดของประเทศเจ้าภาพเมียนมาร์ ซึ่งต้องการแสดงบทบาทอย่างชัดเจนในการเป็นผู้นำการประชุมระดับนานาชาติทั้งในเวทีอาเซียนบวก 3 และอาเซียนบวก 6 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) รวมทั้งตัวแทนจากประเทศผู้สังเกตการณ์อีกเป็นจำนวนมาก และนี่คือการยืนยันว่าประเทศพม่าได้เข้าสู่การปฏิรูปอย่างเต็มตัวแล้ว
สุภาพบุรุษอีก 2 ท่าน ที่คงได้รับการจับตามองไม่แพ้กันคือ นายกรัฐมนตรีของไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นการเข้าประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งแรกของท่าน แต่ผมเห็นท่านเตรียมตัวไว้แล้วอย่างดี ทุกสัปดาห์ท่านจะพูดเรื่องอาเซียนอย่างถูกต้อง ชัดเจน และผมขอเอาใจช่วยให้ท่านสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาคมโลกได้อย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นหนึ่งในผู้นำแถวหน้าในระดับภูมิภาค และอีกท่านหนึ่งซึ่งสายตาทุกคู่คงจะจับจ้องด้วยคือ ประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซีย โจโก วิโดโด (Joko Widodo) ซึ่งจะเป็นเวทีระดับนานาชาติครั้งแรกของผู้นำรุ่นใหม่ของประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุดในโลก
แต่หลายคนคงอาจจะไม่สังเกตครับว่า ยังมีสุภาพบุรุษอีก 1 คน ที่ต้องจับตามองบทบาทของเขาด้วย สุภาพบุรุษคนที่ 4 นี้คือ ตูระ ฉ่วย มาน (Thura Shwe Mann) ว่าที่ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาร์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2558
ทั้งนี้ เนื่องจากมักจะมีข่าวออกมาอยู่อย่างต่อเนื่องว่าประธานาธิบดีเต็งเส่ง อาจจะประกาศวางมือทางการเมืองหลังการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน ธ.ค. 2558 โดยพรรค USDP อาจส่ง ตูระ ฉ่วย มาน เป็นผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสู้กับ อองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านในปัจจุบัน ดังนั้นการจับตามองบทบาทของฉ่วย มาน ในช่วงเวลาต่อจากนี้ในการเป็นทายาททางการเมืองของประธานาธิบดีเต็งเส่ง จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ทราบถึงแนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลเมียนมาร์ในอนาคต คำถามคือ แล้ว ตูระ ฉ่วย มาน คือใคร?
ตูระ ฉ่วย มาน เกิดเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2490 ปัจจุบันอายุ 67 ปี ดำรงตำแหน่งเป็นโฆษกของสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) หรือ Pyithu Hluttaw แต่ในอดีตฉ่วย มาน เคยดำรงตำแหน่งนายพลแห่งกองทัพเมียนมาร์ และนับเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดอันดับที่ 3 ของรัฐบาลทหารเมียนมาร์ (State Peace and Development Council) โดยเขาเคยเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่แห่งกองกำลังติดอาวุธเมียนมาร์ (Joint Chief of Staff of the Burmese Armed Forces) ซึ่งนับเป็นตำแหน่งรองจากอดีตผู้นำสูงสุดนายพลอาวุโสตาน ฉ่วย (Than Shwe) และนายพลหม่อง เอ (Maung Aye)
ฉ่วย มาน ได้รับฐานะ “ตูระ (Thura)” ซึ่งเป็นคำนำหน้าชื่อแสดงความกล้าหาญและเกียรติยศจากการนำกองกำลังเข้าปราบกองกำลังกะเหรี่ยง Karen National Liberation Army (KNLA) ในปี 2532 และเริ่มเข้ามามีบทบาททางการเมืองในปี 2544 ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นนายพลในปี 2546 ผลงานดีเด่นที่ทำให้เวทีการเมืองเมียนมาร์ต้องจับตามองฉ่วย มาน คือบทบาทในการควบคุมและเร่งปราบปรามการคอร์รัปชั่นภายในรัฐบาลและรัฐสภา
สำหรับชีวิตส่วนตัว ฉ่วย มาน สมรสกับขิ่น เล เต็ด (Khin Lay Thet) และมีบุตรชาย 2 คน คือ โดยลูกชายคนโต ออง เต็ด มาน (Aung Thet Mann) หรือที่คนเมียนมาร์ให้ฉายาว่า ฉ่วย มาน น้อย (Shwe Mann Ko Ko) ปัจจุบันอายุ 37 ปี เป็นเจ้าของบริษัท Red Link Telecommunications ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมียนมาร์
ในขณะที่ลูกชายคนเล็ก โต เนียง มาน (Toe Naing Mann) ปัจจุบันอายุ 36 ปี สมรสกับเซ ซิน แล็ท (Zay Zin Latt) ลูกสาวของขิ่น ฉ่วย (Khin Shwe) ซึ่งเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจเครือ Zaykabar ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักคือการรับเหมาก่อสร้างและบริษัทโทรคมนาคม
ทิศทางของเมียนมาร์ในประชาคมโลกในอนาคตจะเป็นอย่างไร ต้องจับตาดูบทบาทของสุภาพบุรุษคนที่ 4 คนนี้เอาไว้ให้ดีครับ







