
กองทุนรวมโต7.3แสนล้าน
10เดือนลงทุนหุ้นไทยทำกำไรสูงสุดทิสโก้มิด/สมอลแคปอิคิวตี้แจก45%ต่อปี
10เดือนลงทุนหุ้นไทยทำกำไรสูงสุดทิสโก้มิด/สมอลแคปอิคิวตี้แจก45%ต่อปี
10 เดือน กองทุนรวมโต 7.3 แสนล้านบาท หรือ 24% กองหุ้นไทยแจกกำไรสูงสุดเฉลี่ย 23%
สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยว่า ในช่วง 10 เดือนปี 2557 กองทุนรวมทั้งระบบมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) 3,814,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 738,791 ล้านบาท หรือ 24.02% จากสิ้นปี 2556 มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิจำนวน 3,075,956 ล้านบาท
นอกจากนี้ จากการสำรวจผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมในช่วง 10 เดือนปีนี้ พบว่ากองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 23.71% โดยกองทุนที่ทำผลงานได้สูงสุดอยู่ที่ 45.22% และน้อยสุดอยู่ที่ 13.02%
ขณะที่กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นทั่วไปให้ผลตอบเฉลี่ย 21.03% โดยกองทุนที่ทำผลงานได้ดีสุดอยู่ที่ 35.33% ส่วนกองทุนที่ทำผลงานได้น้อยสุดอยู่ที่ 9.13%
ทั้งนี้ กองทุนหุ้นไทยถือว่าให้ผลตอบแทนสูงสุดเมื่อเทียบกับการลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุดในแต่ละประเภทกองทุน พบว่า กองทุนเปิดทิสโก้ มิด/สมอล แคป อิควิตี้ ให้ผลตอบแทนสูงสุด 45.22% ในกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก ส่วนกองทุนเปิด SCB SET Banking Sector ให้ผลตอบแทนสูงสุด 35.33% ในกลุ่มกองทุนหุ้นทั่วไป ในขณะที่ดัชนีตลาดหลัก ทรัพย์ฯ ในช่วงเวลาเดียวกันปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.98% หากรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 25.84%
สำหรับกองทุนที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในแต่ละกลุ่ม พบว่า กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ กองทุนเปิดเค อินเดีย อิควิตี้ ผลตอบแทน 39.45% กองทุนที่ลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ คือ กองทุนเปิดเค มิดเดิล อีสท์ แอนด์ นอร์ท แอฟริกาใต้ อิควิตี้ 25.92%
กองทุนที่ลงทุนหุ้นทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล เรียล เอทสเตท ผลตอบแทน 15.66% กองทุนหุ้นจีนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ กองทุนเปิดทิสโก้ ไชน่า อินเดีย ดิวิเดนด์ 12.76% กองทุนหุ้นสหรัฐที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ กองทุนเค ยูเอส อิควิตี้ แนสแด็ก 100 อินเด็กซ์ 16.26% กองทุนหุ้นยุโรปที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ กองทุนเค ยูโรเปี้ยน อิควิตี้ 6.27% และกองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ กองทุนเปิดอเบอร์ดีน เจแปน ออพพอร์ทูนิตี้ 2.89%
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มผันผวนแบบ ขาขึ้น โดยมีแนวรับ 1,560 จุด แนวต้าน 1,600 จุด
สำหรับการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ยังแนะนำประเทศพัฒนาแล้ว โดยให้น้ำหนักกองทุนหุ้นสหรัฐ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและความมั่นใจของเฟดที่มีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนกองทุนหุ้นยุโรปก็ยังลงทุนได้ แต่ให้จับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรปว่าจะออกคิวอีหรือไม่ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจปรับดีขึ้นเล็กน้อย







