posttoday
เล็งใช้ประกันรายได้ แก้ปัญหาลำไยปีหน้า

เล็งใช้ประกันรายได้ แก้ปัญหาลำไยปีหน้า

07 มิถุนายน 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — บอร์ดพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ สั่งศึกษาโครงการประกันรายได้ลำไย ตามรอยข้าว ไม่ต้องแบกภาระในอนาคต

นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ที่มีนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เป็นรองประธาน มีมติให้กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ศึกษาความเป็นไปได้ในการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกลำไย โดยให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เป็นผู้ศึกษาในเรื่องดังกล่าว เพราะเคยศึกษาโครงการประกันรายได้ของข้าวแล้ว

“หากทำได้ก็จะเป็นการป้องกันการสวมสิทธิ เพราะจะมีการสำรวจพื้นที่ปลูกชัดเจนและพืชสวนเป็นพืชที่ตรวจสอบได้ง่าย ซึ่งหากศึกษาเสร็จแล้วคาดว่าจะใช้ดำเนินการได้ในปีหน้า” นายอรรถ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรณีลำไยที่เป็นผลไม้ มีการมองในหลายแง่ บางฝ่ายบอกว่าไม่เหมือนข้าว ข้าวโพดหรือมันสำปะหลัง ที่มีการเก็บเกี่ยวได้ครั้งเดียว แต่พืชสวนสามารถเก็บได้มากกว่า 1 รอบ หรืออาจเน่าเสียได้ง่าย หรืออาจทำให้เกษตรกรไม่สนใจที่จะบำรุงให้ได้ผลผลิตเกรดดี เพราะคิดว่าอย่างไรก็ได้เงิน จึงต้องรอผลการศึกษาออกมาก่อน ลำไยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญได้จะสามารถใช้โครงการประกันรายได้เข้าไปบริหารได้หรือไม่เพื่อที่จะได้ลดปัญหาด้านราคาในอนาคต

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการประกันรายได้ไม่ใช่การประกันราคาพืชผล เพราะฉะนั้นหัวใจอยู่ที่เกษตรกรไม่ใช่ผลผลิต เมื่อเกษตรกรประกอบอาชีพแล้วก็ไม่ควรขาดทุน โดยโครงสร้างของตลาดลำไยแบ่งเป็นลำไยอบแห้ง 75% บริโภคสดในประเทศ 10% ส่งออกสด 10% และแปรรูปเป็นลำไยสีทอง ลำไยกระป๋อง 5% หากผลศึกษาเสร็จ คาดว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวในปีหน้าดังนั้นลำไยจะเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มาก โดยเฉพาะตลาดใหญ่คือประเทศจีน และลำไยอบแห้งสามารถเก็บไว้ได้นาน และตลาดมุสลิมก็ตอบรับลำไยสีทองมาก เพราะนั้นจะมีลำไยที่จะต้องบริหารจัดการประมาณ 10 % ที่ต้องผลักดันให้เกิดการส่งออก เพื่อลดการกดราคาในตลาด

ทั้งนี้ หากศึกษาเสร็จแล้วคาดว่าจะใช้ดำเนินการในปีหน้า สำหรับผลผลิตลำไยนั้นปลูกมากใน 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยผลผลิตปี 2553 คาดว่อยู่ที่ 3.9 แสนตัน ซึ่งแต่ละปีจะมีลำไยที่ต้องขอเงินจากคชก. เพื่อเป็นเงินหมุนเวียนให้สถานการณ์บันเกษตรกรหรือเอกชนกู้มากกว่า 500 ล้านบาทเพื่อเข้าไปบริการจัดการประมาณ 1 2 แสนตัน สำหรับการส่งออก หรือกระจายออกจากแหล่งผลิตเพื่อป้องกันราคาตกต่ำ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน