
แนะรัฐปั้นกทม.สู่ดิวตีฟรีช็อป
เซ็นทรัลเสนอเป็นแผนเร่งด่วน หลังลดเป้าเติบโตเหลือแค่7%
โพสต์ทูเดย์
— เซ็นทรัลชงรัฐปั้นกรุงเทพฯ เป็นแหล่งช็อปปิ้งปลอดภาษี หลังวิกฤตการเมืองขย่มยอดขายอาหารและโรงแรมร่วงนายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา เปิดเผยว่า รัฐบาลควรสนับสนุนให้การซื้อสินค้าในศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าบริเวณเขตกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ปลอดภาษีอากร (ดิวตีฟรี) เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติเดินทางมาซื้อสินค้าแบรนด์เนม และสินค้าไทยเพิ่มขึ้น
รวมถึงฟื้นฟูภาพลักษณ์ความพร้อมของประเทศไทยให้กลับคืนสู่ภาวะปกติในสายตานักท่องเที่ยว หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเมืองร่วม 3 เดือน ส่งผลให้ทุกธุรกิจมีผลประกอบการลดลง
นอกจากนี้ รัฐบาลควรเพิ่มเพดานการคืนภาษีให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักโรงแรม จากเดิมรัฐมีเพดาน 3 หมื่นบาท เป็น 5 หมื่นบาท เพื่อช่วยเหลือตลาดการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) ให้สามารถลดหย่อนภาษีได้ โดยภาครัฐควรประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด
“
ในช่วงนี้รัฐบาลต้องช่วยสนับสนุนภาคเอกชนในเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทย ต้องร่วมสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หรือภาครัฐอาจจัดแฟมทริป นำสื่อต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยคาดว่าช่วงไตรมาส 4 การท่องเที่ยวอาจเริ่มดีขึ้น” นายสุทธิเกียรติ กล่าวด้านภาพรวมธุรกิจของเซ็นทารา ในกลุ่มอาหารและโรงแรมได้ปรับประมาณการเติบโตของธุรกิจปีนี้เหลือ 7% เทียบกับเป้าที่ตั้งไว้ช่วงต้นปี ที่คาดว่าจะเติบโต 15% รายได้รวม 9,000 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 9,500 ล้านบาท เทียบกับรายได้ปีที่ผ่านมา 8,400 ล้านบาท
นายสุทธิเกียรติ กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทแบ่งเป็น กลุ่มอาหาร 55% และโรงแรม 45% โดยในช่วงต้นปีได้คาดการณ์ว่าธุรกิจโรงแรมในปีนี้จะมีสัดส่วนรายได้ที่มากกว่ากลุ่มอาหารเป็นปีแรก เนื่องจากได้ขยายธุรกิจโรงแรมในส่วนการสร้างเอง และรับบริหารจัดการ
อย่างไรก็ตาม จากวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้น คาดว่าการประเมินดังกล่าวจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งขณะนี้โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มีอัตราการเข้าพักเพียง 7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 80%
ทั้งนี้ การชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ ได้รับความเสียหายกว่า 820 ล้านบาท โดยโรงแรมได้เตรียมกลยุทธ์การตลาด เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้พื้นที่ที่โรงแรมอีกครั้ง โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีความสาหัสและหนักสุดตั้งแต่การประกอบธุรกิจมา







