
ประกันชีวิตคึกเบี้ยใหม่โต16%
4เดือนแรกโกย1.6หมื่นล้าน อภิรักษ์โวกำไรพุ่งพรวด57%
โพสต์ทูเดย์
— คนไทยตื่นตัวทำประกันชีวิตหนุนเบี้ยรับรวม 4 เดือนแรกปีนี้พุ่งเป็นประวัติการณ์แหล่งข่าวจากสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.เม.ย.) ปี 2553 ธุรกิจประกันชีวิตทั้งระบบมีเบี้ยปีแรก หรือเบี้ยลูกค้ารายใหม่ 1.64 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552 ส่วนเบี้ยต่ออายุมีจำนวน 5.44 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.84% สัดส่วนการต่ออายุสูงขึ้นจาก 87% เป็น 91% เบี้ยชำระครั้งเดียว หรือซิงเกิลพรีเมียม 1,253.9 ล้านบาท ลดลง 64% รวมเบี้ยรับทุกประเภท 7.21 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14%
สำหรับบริษัทที่มีเบี้ยใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ (เอไอเอ) สาขาประเทศไทย 4,364.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% อันดับ 2 บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต 2,589.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% อันดับ 3 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต 2,386.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% อันดับ 4 บริษัท ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ 2,093.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% และอันดับ 5 บริษัท ไทยประกันชีวิต 1,990.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%
นายอภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทคาดว่าปี 2553 จะมีกำไรสุทธิขั้นต่ำประมาณ 3,000 ล้านบาท จากปี 2552 ที่มีกำไรสุทธิขั้นต่ำ 2,000 ล้านบาท
สำหรับไตรมาสแรกของปี 2553 บริษัทมีกำไรก่อนหักภาษี 1,528 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 57.14% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552 ที่มีกำไรสุทธิ 700 ล้านบาท เนื่องมาจากบริษัทประหยัดต้นทุนในการดำเนินงานในทุกด้าน และราคาสินค้าที่ใช้ในสำนักงานหากซื้อจำนวนมากจะได้ราคาถูก เช่น คอมพิวเตอร์ที่เดิมเคยใช้งบซื้อ 100 ล้านบาท ปีนี้ราคาลดลงเหลือ 10 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และแบบประกันชีวิตด้วยตัวเอง ไม่ได้ซื้อแพ็กเกจจากต่างประเทศ ทำให้ประหยัดต้นทุนและยังได้พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ทำให้ได้ลูกค้าประกันชีวิตคุณภาพดีเข้ามา อัตราการต่ออายุสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าสินไหมทดแทนลดลง ซึ่งช่วยให้ต้นทุนรวมลดลงด้วย ในการร่วมกันพัฒนาด้วยตัวเอง หากซื้อแพคเกจจากต่างประเทศ สามารถนำมาใช้ได้ทันที แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันสมัยกับเวลา จะต้องให้เจ้าของโปรแกรมเป็นคนทำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และ ต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่ถ้าพัฒนาเอง สามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนให้เข้ากับนโยบายในแต่ละช่วงได้ตลอดเวลา และไม่มีต้นทุนใหม่เพิ่มขึ้น เป็นแนวทางที่ยึดปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจประกันชีวิต ทำให้เป็นผู้นำนวตกรรมแบบประกันใหม่ๆ ไม่แพ้บริษัทต่างประเทศ และได้รับรางวัลระดับนานาชาติมาแล้ว
นายอภิรักษ์ เปิดเผยว่า รวมถึงการพัฒนาฝึกอบรมตัวแทนขายให้มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การที่สินไหมทดแทนลดลง ไม่ได้หมายความว่าบริษัทไม่จ่ายสินไหม แต่เพราะภาพรวมคุณภาพลูกค้าดีขึ้น การมาเคลมลดลง"เรายังจ่ายสินไหมปกติ เพียงแต่ภาพรวมค่าสินไหมทดแทนลดลง ขณะเดียวกันเงินเดือนของพนักงานก็ปรับขึ้นทุกปีไม่มีลด นั้นหมายความว่าเรามาถึงจุดที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมากเหมือนช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา"นายอภิรักษ์ กล่าว
นายอภิรักษ์ เปิดเผยว่า







