
มั่นใจธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยสดใส
“ทงคัตสึ มุซาชิ” (Mu Sa Shi) ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ใหม่ในไทย
เรื่ื่อง วราภรณ์ เทียนเงิน
เป็นหนึ่งในธุรกิจที่กำลังเบ่งบานในไทยกับ ร้านอาหารญี่ปุ่นไทยที่มีมากกว่า 1,000 สาขาในไทย มูลค่าทางธุรกิจมากกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท ตามที่เอกชนได้คาดการไว้ เติบโตปีละ 15% แต่ร้านแบรนด์ใหม่ ที่กำลังขึ้นแท่นเนื้อหอมอีกรายคือ “ทงคัตสึ มุซาชิ” (Mu Sa Shi) ที่เจ้าของธุรกิจเป็นหนุ่มญี่ปุ่นไฟแรง ชื่นชอบการทำธุรกิจ มีความรักต่อการรับประทานอาหาร ที่สำคัญมีความสุขกับการอยู่ที่ประเทศไทย จึงอยู่เมืองไทยมานาน 14 ปี และพูดภาษาไทยได้ชัดเจน
“ทัตซึยะ ซาซาโมโตะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจแปนิส ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ เปิดเผยว่า ได้ลงทุนในระดับหลายล้านบาท เพื่อเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ “ทงคัตสึ มุซาชิ” (Mu Sa Shi) ในไทยประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยเลือกร้านญี่ปุ่นที่เป็น ทงคัตซึ หรือที่คนไทยนิยมเรียกแบบติดปากว่า ข้าวหมูทอดญี่ปุ่น เพราะสำรวจตลาดมาแล้วพบว่า อาหารญี่ปุ่นที่เปิดมากสุดในไทยเป็น ร้านราเมน รองลงมา ชูซิ อันดับสาม เทมปุระ อันดับสี่ ข้าวแกงกะหรี่ อันดับห้า ทงคัตสึ จึงเป็นธุรกิจที่จะขยายตัวได้อีกมาก
ประกอบกับ ร้านอาหารญี่ปุ่น ประเภททงคัตสึในไทย มีแบรนด์ใหญ่ในตลาดเพียง 2 รายใหญ่ และแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นตลาดจึงมีช่องว่างสามารถเข้าไปรุกได้อีก โดยเลือกเปิดสาขาที่ สุขุมวิท ซอย 39 อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์ เพราะเป็นพื้นที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่จำนวนมาก และมีข้อมูลจากภาครัฐระบุว่ามี ชาวญี่ปุ่นอยู่ในไทยมากกว่า 5 หมื่นคน อีกทั้งชาวไทยก็ชื่นชอบรับประทานอาหารญี่ปุ่นในระดับสูงเช่นเดียวกัน
เอกลักษณ์ของ ทงคัตสึ มุซาชิ อยู่ที่ การใช้เนื้อสัตว์นุ่มมาก และแป้งบาง จึงได้รสชาติกรอบนอก นุ่มใน ในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ เมนูเป็นการร่วมคิดค้นเองใหม่ทั้งหมด พร้อมกับยึดหลัก รสชาติอาหารต้องดี อร่อย คุณภาพ บริการดี มีเมนูในร้านมากกว่า 70 เมนู ทั้งเมนูทงคัตสึ เนื้อสัตว์ต่างๆ เมนูของทานเล่น เครื่องดื่ม และขนมหวาน ส่วนราคาขายอยู่ในระดับปานกลาง เริ่มต้นในเมนูแบบเช็ทที่ 220 บาท
แนวทางการทำตลาดระยะเริ่มต้น เริ่มจากสื่อออนไลน์ และมีลูกค้าชาวญี่ปุ่นเข้ามารับประทานอาหาร จึงเกิดกระแสการบอกแบบปากต่อปาก ส่งผลให้ลูกค้าในร้านมากขึ้นทุกวัน รวมทั้งมีลูกค้าคนไทยเข้ามารับประทานอาหารในไทยอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า ต่อไปจะมีลูกค้าคนไทยเข้ามาในร้านมากขึ้น เพราะแบรนด์ได้เริ่มทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ และนิตยสารต่างๆ
“การทำธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ไม่ใช้เรื่องง่าย เพราะการที่เริ่มธุรกิจจากการเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและเป็นชาวต่างชาติ ก็ต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยตัวเอง ทำตามขั้นตอนกฎหมายของไทย การถือหุ้น และการกรอกเอกสารทุกอย่างที่ต้องใช้ภาษาไทยทั้งหมด มีหลายขั้นตอน แตกต่างจาก บริษัทขนาดใหญ่ ที่ได้รับการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ลงทุนจาก บีโอไอ ทำให้ขั้นตอนทุกอย่างรวดเร็วและดำเนินการกรอกเอกสารในจุดเดียว” ซาซาโมโตะ กล่าว
อยากแนะนำนักธุรกิจต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทยก็ต้องศึกษาข้อมูล ตลาด กฎหมาย เข้าใจคนไทย เข้าใจวัฒนธรรมและประเพณีของคนไทยให้ชัดเจน เพราะการบริหารธุรกิจในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน
“สิ่งที่ร้านให้ความสำคัญคือ การดูแลพนักงาน เพราะเมื่อเข้ามาทำงานร้านอาหาร มีพนักงานในร้านเป็นคนไทย ก็ต้องปรับการบริหารบางอย่างให้เข้ากับคนไทยด้วย และต้องเรียนรู้นิสัยคนไทยทั้งหมด” ซาซาโมโตะ กล่าว
เป้าหมายต่อไปจะเพิ่มเมนูอาหารในกลุ่มของทานเล่นให้มากขึ้น เพื่อรองรับการเพิ่มกลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆ พร้อมกับให้พนักงานในร้านมุ่งการให้บริการที่ดีสุดแก่ลูกค้าในระดับใกล้เคียงกับโรงแรม 5 ดาว เนื่องจากหัวใจของร้านอาหาร ประกอบไปด้วย รสชาติอาหาร คุณภาพอาหาร และ การบริการ
“ผมอยู่เมืองไทยมา 14 ปี มีความสุขดี ก่อนหน้านี้เคยทำงาน องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร 9 ปี หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาทำงานเป็น กรรมการผู้จัดการ บริษัทขนาดเล็กในไทย 5 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกและมาเปิดร้านอาหารเป็นธุรกิจแรกในไทย การเปิดลงทุนทำธุรกิจร้านอาหาร ก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาติดี อร่อย และผมก็ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าอย่างสูงสุด” ซาซาโมโตะ กล่าว
ซาซาโมโตะ กล่าวปิดท้าย มีแผนเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ใหม่ โดยสนใจกลุ่มเทมปุระ เพราะเป็นร้านอาหารที่มีทิศทางเติบโตดี พร้อมกับสนใจขยายแบรนด์ มูซาชิ ทงคัตสึ ให้มีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น คาดว่าจะลงทุนใหม่ได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า พร้อมกับยึดคำว่า ทำธุรกิจให้มีความสุข บริหารร้านให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ผสมกับการมุ่งรักษาความอร่อย คุณภาพ และการบริการที่ดีแก่ลูกค้า
แนวคิดธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย
-ยึดแนวคิดรักษาคุณภาพอาหาร ความอร่อย
-เมนูอาหารแบบทงคัตสึ สไตล์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
-บริหารธุรกิจในแบบญี่ปุ่นผสมไทย
-เข้าใจลูกค้าญี่ปุ่น และคนไทย
-มุ่งให้การบริการที่ดีสุด







