
รถมือสองแข่งเดือด! ผู้ผลิตร่วมกู้ภาพผยุงราคา
ภาพรวมธุรกิจและการแข่งขันของรถยนต์มือสอง ที่ดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบจากตลาดชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 จากโครงการคืนภาษีรถคันแรก ซึ่งไปเร่งกำลังซื้ออนาคตมา ผลกระทบจากตลาดโดนกระตุ้นจนโตเกินจริงและต้องหดตัวมากในปีถัดมา ปัจจุบันนี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัทผู้ประกอบการต่างๆ ต้องปรับแผนพลิกกลยุทธ์เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ดังกล่าว
ภาพรวมธุรกิจและการแข่งขันของรถยนต์มือสอง ที่ดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบจากตลาดชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 จากโครงการคืนภาษีรถคันแรก ซึ่งไปเร่งกำลังซื้ออนาคตมา ผลกระทบจากตลาดโดนกระตุ้นจนโตเกินจริงและต้องหดตัวมากในปีถัดมา ปัจจุบันนี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัทผู้ประกอบการต่างๆ ต้องปรับแผนพลิกกลยุทธ์เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ดังกล่าว
คัทสึชิ โนมูระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีกัลลิเวอร์ ผู้ประกอบการแฟรนไชส์รถมือสองแบรนด์ “กัลลิเวอร์” กล่าวว่า ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดรถยนต์มือสองของประเทศไทย ถือได้ว่ามีการแข่งขันที่รุนแรงสูงจากด้านราคาและการที่มีผู้เล่นลงสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ประกอบกับระดับราคาของรถยนต์มือสองทั้งซื้อเข้าและขายออกลดต่ำลงประมาณ 2030% ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เมื่อลดลงแล้วจะทรงตัวไปตลอด โดยมีความเป็นไปได้ยากที่จะปรับสูงขึ้น
ทั้งนี้ เชื่อว่าตลาดรถยนต์มือสองในปีนี้อยู่ในจุดต่ำสุดของปี และคาดว่าจะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 จากการฟื้นตัวตามตลาดรถยนต์ใหม่ เพราะตลาดรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสองจะสอดคล้องควบคู่กันไป ซึ่งในปีนี้แน่นอนว่าภาพรวมตลาดรถยนต์มือสองจะลดลง 30% ใกล้เคียงกับธุรกิจรถยนต์ใหม่ที่หดตัวลงสู่ขนาดตลาดปกติ
กรณีการที่ผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ต่างๆ หันมาให้ความสนใจในการทำตลาดรถมือสอง ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อตลาดอยู่บ้าง เนื่องจากความเชื่อมั่นของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ย่อมมีข้อได้เปรียบกว่า แต่จะได้เฉพาะแบรนด์นั้นๆ ซึ่งบริษัทเองได้ปรับตัวแข่งขัน โดยชูความหลากหลายของยี่ห้อที่มีให้เลือก พร้อมการรับประกันความพึงพอใจนานสูงสุด 3 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพและอายุของรถยนต์) อีกทั้งการรับซื้อคืนในราคาเดิมภายใน 30 วัน หรือ 5,000 กิโลเมตร ซึ่งกลยุทธ์ทั้งหมดทำให้บริษัทสามารถแข่งขันในธุรกิจได้
“เชื่อว่าการทำตลาดของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่หันมาให้ความสนใจในช่วงนี้ เป็นการช่วยพยุงราคาขายรถยนต์มือสองของแต่ละแบรนด์ไม่ให้ตกต่ำมาก เพื่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งบริษัทเองได้ตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย” โนมูระ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของธุรกิจแฟรนไชส์รถมือสองของ “กัลลิเวอร์” อยู่ที่การแชร์สต๊อกสินค้าในเครือข่าย ซึ่งเมื่อบริษัทมีความแข็งแกร่งด้านเครือข่าย ในอนาคตจะมีโอกาสด้านการเติบโตและรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยปัจจุบันแหล่งที่มาของรถยนต์ที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่มาจากการประมูลและรถยนต์ที่ถูกยึดจากไฟแนนซ์เป็นหลัก ซึ่งมีแนวโน้มในการเพิ่มปริมาณรถยนต์ที่นำมาจำหน่ายมาจากรถยนต์บ้านในอัตราส่วนที่มากขึ้น
สำหรับโอกาสด้านการเติบโตของธุรกิจรถยนต์มือสองในประเทศไทย บริษัทมองว่ายังมีการเติบโตอีกมากจากอัตราผู้ถือครองรถยนต์ต่อผู้มีบ้านของไทยอยู่ที่ 13.8% ในขณะที่เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นอยู่ที่ 86.5% ดังนั้นจึงมีช่องว่างอีกมากในอัตราส่วนดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยเอาจุดเด่นของความเป็นญี่ปุ่นมาผสมผสานกับความเป็นไทย โดยภายในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนสาขาอยู่ที่ 10 แห่ง ปี 2558 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 100 แห่ง และตามแผน 3 ปี ตั้งเป้ามี 300 แห่ง
พิทยา ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทได้เริ่มดำเนินธุรกิจรถยนต์มือสองของแบรนด์ตงฟง โดยร่วมมือกับบริษัท ลีสซิ่ง กสิกรไทย ในการให้สินเชื่อเช่าซื้อกับลูกค้าภายใต้ชื่อ “ตงฟง เยส!” เพื่อเป็นการรับประกันราคาขายต่อและสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ในการแลกเปลี่ยนคันใหม่ เพื่อให้รถยนต์ของบริษัทมีการหมุนเวียน โดยมีเป้าหมายที่จะขยายการบริการดังกล่าวในศูนย์จำหน่ายและบริการทั้ง 45 แห่ง ในเร็วๆ นี้
รายงานข่าวจากวงการรถยนต์ ระบุว่า บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ปัจจุบันมีผู้จำหน่ายรถยนต์ “ฮอนด้า เซอร์ทิฟาย ยูสคาร์” อยู่ที่ 38 ราย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ราย ภายในปีนี้ ขณะที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) มีแผนการขยายธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสองภายใต้ชื่อ “โตโยต้า ชัวร์” เพิ่มขึ้นเป็น 150 แห่ง ภายในปี 2557 จากปีที่ผ่านมามีจำนวน 100 แห่ง ซึ่งได้เปิดให้บริการครบ 10 ปี เมื่อต้นปีนี้ ส่วนบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้ดำเนินการธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสองภายใต้ชื่อ “นิสสัน ยูคาร์” ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้วจำนวน 6 แห่ง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้
นาทีนี้ต่างคนต่างต้องช่วยกันพยุงราคารถมือสองยี่ห้อตนเองเพื่อภาพลักษณ์แบรนด์ เพราะราคาในตลาดรถยนต์มือสองปีนี้ โดนผลกระทบจากรถคันแรก ทุบกลไกจนราคาตกต่ำเกินเยียวยา







