
ทีเด็ดแม่ค้า
ฉบับนี้อยากเขียนถึงทีเด็ดเอสเอ็มอีไทยไซส์เล็ก...ฉบับแม่ค้าในตลาดสด...สักหน ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเหินห่างนานพอสมควรกับการไปเดินซื้อข้าวของในตลาดสด...ถามว่าเดินครั้งสุดท้ายเมื่อไร??...จำกันได้ไหมครับ
ฉบับนี้อยากเขียนถึงทีเด็ดเอสเอ็มอีไทยไซส์เล็ก...ฉบับแม่ค้าในตลาดสด...สักหน ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเหินห่างนานพอสมควรกับการไปเดินซื้อข้าวของในตลาดสด...ถามว่าเดินครั้งสุดท้ายเมื่อไร??...จำกันได้ไหมครับ
ผมยังคงนิยมชมชอบกับการเดินเข้าตลาดสดแถวบ้านมากกว่าการเดินตากแอร์ในห้างสรรพสินค้า เพราะนอกจากจะมีของกินของใช้อาหารคาวหวานผักสดผลไม้นานาชนิดให้เลือกซื้อในราคาประหยัดแล้ว ยังได้เห็นกลเม็ดเคล็ดลับเทคนิคการขายหลากหลายสไตล์เป็นของแถมอีกด้วย
เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเยอะจริงๆ ผักสดทั้งหลายเขาจับมัดขายเป็นกำ กำละ 1020 บาท อย่างเดียวก็ได้ หลายอย่างก็มี ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องชั่งน้ำหนักให้วุ่นวาย กินเท่าไหร่ซื้อเท่านั้น ส่วนข้าวถุงแกงถุงก็หุงกันสดใหม่ ปรุงให้เห็นกันจะจะ ณ จุดขาย คนซื้อชอบใจ...ดีกว่าฝากท้องไว้กับอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งในตู้เย็น หมวดของปิ้งของย่างกุ้งเผาปลาเผาเขาก็มีให้เลือกครบ..แถมหมดทั้งผักเคียงควบน้ำจิ้มรสแซ่บแบบไม่หวงของ แม้แต่พวงมาลัยดอกไม้ไหว้พระก็ยังเปลี่ยนโฉม มีการจัดขายเป็นถ้วยเล็กๆ แบบสำเร็จรูปพร้อมนำไปวางไหว้พระได้ทันทีไม่ต้องเสียเวลาจัดใส่แจกันอีกรอบ
ตัวอย่างเล็กๆ เหล่านี้ ผมว่าเป็นอะไรที่น่ารักดูดีมีพัฒนาการ รุดหน้าก้าวล้ำทั้งตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์ แปรผันไปตามวิถีชีวิตและความต้องการของผู้บริโภคฉบับรากหญ้าอย่างน่าสนใจ ใครบอกว่าพ่อค้าแม่ขายในตลาดสดทำมาหากินแบบเดิม ๆ..ผมเถียงตายเลย
ว่าแล้ว...ก็ขอหยิบตัวอย่างที่ชอบสักรายมาไขความสำเร็จให้ฟังกัน แม่ค้าขายขนมหวานร้านหนึ่งชื่อว่า...ธนาสุวรรณขนมไทย อยู่ในตลาดสดหทัยมิตร เขตคลองสามวา ขนมหวานอย่างที่ทุกคนเคยกินตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมปลากริมไข่เต่า ข้าวเหนียวถั่วดำ เต้าส่วน บัวลอยเผือก กล้วยบวชชี เป็นต้น ธรรมดาครับ..สินค้าธรรมดาๆ มีมาแต่โบราณ ร้านไหนอร่อยก็ต้องอาศัยปรมาจารย์รุ่นย่ารุ่นยาย
แต่ร้านนี้กลับไม่ใช่ครับ เจ้าของร้านเธออายุแค่สามสิบ ทำขนมมาเกินครึ่งชีวิต ฉีกทิ้งหลักการที่ว่าคนทำขนมหวานอร่อยนั้นไม่มีทางต่ำกว่ารุ่นคุณแม่ อายุนั้นจึงไม่สำคัญกับธุรกิจนี้อีกต่อไป และสูตรลับที่เธอใช้จนทำให้ขนมหวานกว่า 20 อย่าง ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ก็คือเธอลงมือทำเองด้วย...หัวใจ...ทุกวัน
อาหารอื่นทำไม่เป็น แต่เรื่องขนมหวาน...เธอนั่งยันว่าไม่เป็นสองรองใคร ด้วยคำพูดพร้อมแววตาที่สุดแสนจะมั่นใจ ทำให้ผมต้องหวนคิดถึงประโยคเด็ดที่ว่า...ขอให้รู้จริงเพียงสิ่งเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล...
ทีเด็ดกว่านั้นร้านนี้ไม่มีถุงพลาสติกมัดหนังสติ๊กแบบเดิมๆ ขนมอร่อยแต่กินยาก ช้อนตักไม่มี กินที่ทำงานไม่ได้ ถวายพระไม่เหมาะสม..ความคิดที่ใส่ใจลูกค้าแบบนี้ผลักดันให้เธอพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ด้วยถ้วยพลาสติกใสที่มีฝาปิดมิดชิดแถมด้วยช้อนเล็กๆ พร้อมตักรับประทาน สนนราคาทุกอย่างเพียงถ้วยละ 10 บาทเท่านั้นเอง รายแรกและรายเดียวในตลาด ทุกวันเธอจึงฟาดยอดขายถล่มทลายชนิดไร้คู่แข่งจริงๆ
อุแม่เจ้า...เธอช่างกล้ามากที่ฉีกทิ้งความดั้งเดิมของตลาดขนมหวาน กล้าคิด...กล้าทำ...กล้าเปลี่ยน เธอนั้นไม่ใช่เซียนการตลาด เรียนไม่มาก แต่อุดมด้วยความมุ่งมั่นมานะศึกษาและแสวงหาข้อมูลด้วยการเสิร์ชหาในโลกอินเทอร์เน็ต แถมยังเปิดเฟซบุ๊กไว้คอยรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าขาประจำอีกด้วย อะไรจะขนาดนั้น แค่ขายขนมหวานในตลาด ต้องทำขนาดนั้นเลยเชียวหรือ ผมงี้ฟังแล้วอึ้ง..ทึ่ง..เหวอ..ไปเลย
ยังมีอีกหลายทีเด็ดที่อยากเขียนให้ท่านอ่าน รายนี้ไม่ธรรมดาขอบอกและผมเชื่อว่ายังมีพ่อค้าแม่ขายรายเล็กรายน้อยในตลาดสดตลาดเร่หรือรถเข็นอีกมากที่มีทีเด็ดที่น่าสนใจ...ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้
อยากได้...ครูธุรกิจ...ลองเดินไปหาเขาเหล่านั้นสิครับ







