
เจาะโมเดล "ดีสวัสดิ์" เฟอร์นิเจอร์ไม้ติดอันดับโลก
เส้นทางการสร้างสินค้าไทยไปสู่ตลาดโลกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แบรนด์ “ดีสวัสดิ์”
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
เส้นทางการสร้างสินค้าไทยไปสู่ตลาดโลกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แบรนด์ “ดีสวัสดิ์” เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยแท้สามารถส่งออกสินค้าไปตีตลาดได้ทั่วโลก ด้วยแนวคิด วิธีการทำตลาด และการสร้างแบรนด์ที่โดดเด่น ทำให้ครองใจลูกค้าได้หลายประเทศ โดยมีตลาดส่งออกหลักในประเทศ ญี่ปุ่น รองลงมาสหรัฐ และยุโรป
“จิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรม ดีสวัสดิ์ ผู้บริหารแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ “ดีสวัสดิ์” (DEESAWAT) เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์และการสร้างดีไซน์ของสินค้าให้โดดเด่น โดยใช้ดีไซเนอร์จากญี่ปุ่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการใช้งานของลูกค้า ช่วยทำให้ลูกค้ารู้จักและจดจำสินค้า โดยการจะสร้างแบนด์ออกมาสู่ตลาด จำเป็นสร้างสรรค์ดีไซน์สินค้าที่มีความโดดเด่น เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า ซึ่งบริษัทมุ่งดีไซน์สินค้าที่เน้นเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้งานนอกบ้าน และมีทีมดีไซเนอร์หลักจากประเทศญี่ปุ่น 3 ทีม
“การมุ่งสร้างสรรค์ออกงานแบบใหม่ๆ ทำให้ ‘ดีสวัสดิ์’ ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งในและต่างประเทศ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ดีสวัสดิ์เป็นที่รู้จักของลูกค้า” จิรวัฒน์ กล่าว
โดยการออกแบบงานใหม่จะไม่ได้กำหนดว่าในแต่ละปีจะต้องมีกี่คอลเลคชั่น ขึ้นอยู่กับความต้องการตลาด ลูกค้า และการออกแบบของดีไซเนอร์ ประกอบกันด้วย
นอกจากนี้ ยังมุ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า โดยทุกชิ้นต้องมีคุณภาพเท่าเทียมกัน ใช้งานได้ทนทาน ทำให้ตลอด 40 ปีที่ผ่านมามีลูกค้าหลักประจำที่ใช้สินค้ามาต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศ 80% และในประเทศ 20% โดยแม้ว่าจะมีลูกค้าประจำแต่องค์กรไม่เคยหยุดนิ่ง กลับมุ่งมั่นหาโอกาสและตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ
ขณะนี้บริษัทกำลังรุกตลาดใหม่ คือ อาเซียน และอาเซียน บวก 6 ประกอบไปด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยช่วงแรกจะเข้าไปทำตลาดใน 6 ประเทศสำคัญดังกล่าวก่อน ในญี่ปุ่นได้เข้าไปทำตลาดนานหลายปีแล้ว ส่วนประเทศอื่นจะมุ่งเข้าไปหาพันธมิตรเพื่อให้เป็นคู่ค้า
สำหรับการเข้าไปทำอาเซียนมี 2 โมเดล คือ โมเดลแรกจะมุ่งเข้าไปหาพันธมิตรในแต่ละประเทศเพื่อทำตลาด เพราะแต่ละประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ตลาดมีความน่าสนใจและลูกค้าในประเทศดังกล่าวมีกำลังซื้อดี มีตลาดเฉพาะกลุ่ม ส่วนอีกโมเดลต่อมา ได้แก่ การค้าขายชายแดน
จิรวัฒน์ กล่าวว่า การเข้าไปหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเป็นคู่ค้านั้น หาได้จากการไปร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ การทำหนังสือเข้าไปเยี่ยมชมบริษัทที่สนใจ หรือให้ภาครัฐช่วยแนะนำบริษัทที่มีศักยภาพ ซึ่งการเป็นคู่ค้าก็สามารถนำสินค้าจากประเทศดังกล่าวมาทำตลาดในไทยได้ด้วย โดยที่ผ่านมาบริษัทไปร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลกมากมาย ทำให้ได้พบคู่ค้าที่ดีมากในต่างประเทศ โดยงานแฟร์ที่ได้เคยไปร่วมงานเช่น ในประเทศอิตาลี หรือฝรั่งเศส
“อยากแนะนำเอสเอ็มอีไทย ที่อยากสร้างแบรนด์ในตลาดโลก ต้องไปร่วมงานแฟร์ที่ดีๆ ในโลก เพราะที่นี้คุณจะพบกับคู่ค้าที่ดีมากมายที่ผ่านมาผมเคยไปออกงานแฟร์ที่ฝรั่งเศส ทำให้ได้เจอลูกค้าที่ดีมาจากประเทศอินเดีย” จิรวัฒน์ กล่าว
ส่วนการค้าขายชายแดน อยู่ระหว่างศึกษาว่าจะใช้รูปแบบใดเหมาะสมที่สุด เพราะตลาดการค้าชายแดนกำลังเติบโตดี เห็นได้จากตลาดท่องเที่ยวขยายตัวสูง และเชื่อว่าจะมีธุรกิจโรงแรมเกิดขึ้นตามมา เป็นโอกาสที่ดีในการนำเฟอร์นิเจอร์ของดีสวัสดิ์ เข้าไปรุกทำตลาดกลุ่มลูกค้าโครงการต่างๆ ได้
“โจทย์วันนี้ผู้ประกอบการทุกคนวิ่งหาลูกค้าทั่วโลก เอสเอ็มอีไทยจะอยู่เฉยไม่ได้ ต้องวิ่งหาลูกค้าทั่วโลกเช่นกัน โดยเฉพาะเปิดเออีซีเราต้องไป ถ้าไม่ไปหาตลาดอาเซียนก็ต้องเตรียมรับมือลูกค้าต่างชาติบุกมาหาเราแน่นอน” จิรวัฒน์ กล่าว
อีกหนึ่งช่องทางทำให้ได้ลูกค้านั้น คือการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต) จะได้ตลาดที่ชัดเจน และลูกค้ากลุ่มนี้จะชื่นชอบสินค้าที่มีเอกลักษณ์ กลายเป็นลูกค้าประจำในระยะยาวอีกทั้งบริษัทเน้นสร้างแบรนด์ผ่านสื่อในโลก ด้วยการลงสื่อชื่อดังในต่างประเทศ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านออนไลน์ ส่งผลให้ชาวต่างชาติรู้จักแบรนด์
ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายรวมเติบโต 5% จากปีก่อน อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ท่ามกลาง ปัจจัยลบในประเทศและต่างประเทศที่มีหลายด้าน อีกทั้งตลาดก็แข่งขันรุนแรงและดุเดือดขึ้นทุกวัน
จิรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ก้าวต่อไปของแบรนด์ดีสวัสดิ์จะรุกสร้างแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ให้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภค โดยอยู่ระหว่างศึกษาตลาดและพัฒนาสินค้าร่วมกับทีมดีไซเนอร์ มั่นใจว่าแบรนด์ไทยมีโอกาสมหาศาลในตลาดโลก







