
ซัมมิท แคปปิตอล ลิสซิ่งร่วมวง...สินเชื่อรายย่อย
เป็นการส่งสัญญาณมาจาก “ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น” ธุรกิจยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ที่ต้องการขยายธุรกิจในไทยเพิ่มเติมขึ้นอีก
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
เป็นการส่งสัญญาณมาจาก “ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น” ธุรกิจยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ที่ต้องการขยายธุรกิจในไทยเพิ่มเติมขึ้นอีก เมื่อแหวกประเพณีประกาศแต่งตั้งให้คนไทยคนแรก “วิชิต พยุหนาวีชัย” เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในบริษัทลูก บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง
หลังจากตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ผู้บริหารในตำแหน่งนี้ล้วนถูกส่งตรงมาจากญี่ปุ่นทั้งสิ้น โดยโจทย์ใหญ่ที่ วิชิต ได้รับมอบหมาย คือ ต้องปลุกปั้นให้บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง เป็นมากกว่าบริษัทที่ทำแค่ธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียว
วิชิต กล่าวว่า ประมาณกลางปี 2558 บริษัทจะเริ่มส่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด โดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทแม่ที่ต้องการปรับทิศทางธุรกิจของบริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง ให้เป็นฟูรีเทลไฟแนนซ์ หรือเป็นบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินทุกรูปแบบทุกประเภท ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายย่อยได้เป็นอย่างดี
โดยจะมีทั้งสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ สินเชื่อเช่าซื้อสินค้าอุปโภค และสินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลแบบต่างๆ
ดังนั้น ในอนาคตคู่แข่งของบริษัทจะไม่ใช่เพียงแค่ธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลอีกด้วย
โดยมีเป้าหมายในอีก 3 ปีข้างหน้า รายได้หลักของบริษัทจะมาจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ถึง 70% ขณะที่รายได้จากสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์จะมีสัดส่วนลดลงมาอยู่ที่ 30% จากปัจจุบันที่ทำรายได้หลักให้บริษัทถึง 100%
วิชิต กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผน 5 ปี (2558-2562) เพื่อเสนอให้ทางบริษัทแม่อนุมัติ ซึ่งนอกจากเรื่องของธุรกิจใหม่แล้ว ในส่วนของธุรกิจดั้งเดิมอย่างสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ บริษัทก็ตั้งเป้าไว้ภายใน 5 ปี ต้องเป็นที่ 1 ให้ได้ จากปัจจุบันที่อยู่อันดับที่ 3 แต่ในทางปฏิบัติแล้วบริษัทสามารถทำได้ภายใน 30 เดือน โดยตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ทุกเดือน และภายใน 2 ปี จะต้องมีสาขาทั้งหมด 51 แห่ง ซึ่งจะทำให้สามารถบริการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้มากขึ้น เนื่องจากธุรกิจเช่าซื้อต้องอาศัยเครือข่ายและผู้แทนจำหน่ายเป็นสำคัญ
โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 3,300 ล้านบาท และมีกำไร 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มีกำไร 150 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้ภาวะเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้นและทำให้กำลังซื้อกลับมา ทำให้ยอดขายรถจักรยานยนต์โดยรวมในสิ้นปีนี้จะติดลบไม่เกิน 15% จากเดิมที่คาดว่าจะสูงกว่านี้
นี่คงเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ประสบการณ์การทำงานที่โชกโชนด้านการเงินของ วิชิต จะทำให้ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง ประสบความสำเร็จถึงเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่







