
กระจายซื้อไฟฟ้าแนะเลิกวิธีเจรจา
เรกูเลเตอร์แบ่งเค้กซื้อไฟจากเพื่อนบ้าน 30% เอ็กโกปรับแผนรับถ่านหิน
เรกูเลเตอร์แบ่งเค้กซื้อไฟจากเพื่อนบ้าน 30% เอ็กโกปรับแผนรับถ่านหิน
นายไกรสีห์ กรรณสูต กรรมการ กำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า แผนพัฒนาไฟฟ้าระยะ 20 ปี ที่กำหนดสัดส่วนซื้อไฟฟ้าต่างประเทศ 30% เป็นนโยบายของกระทรวงพลังงาน แต่ในหลักการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านจะต้องมีการกระจายออกไปหลายประเทศ ไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยอาจจะซื้อบางประเทศ 5-10% ไม่ให้กระจุกตัว
ด้าน นายสหัส ประทักษ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า (เอ็กโก) กล่าวว่า เอ็กโกสนใจจะผลิตไฟฟ้าเพิ่ม หากจะมีการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) และเท่าที่ทราบจะมีการสนับสนุนถ่านหินเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการเฉลี่ยเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่ก๊าซธรรมชาติอย่างเดียว จึงต้องปรับตัว และหากจะเปิดไอพีพีจริง การกำหนดวันเวลาที่ไฟฟ้าจะเข้าระบบไม่ควรเกิน 78 ปี เพื่อที่เอกชนจะได้เตรียมการ โดยเฉพาะการประเมินเรื่องเครื่องจักรเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้
แหล่งข่าวจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เปิดเผยว่า การปรับแผนพัฒนาไฟฟ้า มีประเด็นที่ต้องจับตาในเรื่องการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มสัดส่วนจาก 20% เป็น 30% ของกำลังการผลิตไฟฟ้า เพราะการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านจะมีปัญหาตามมา คือ การซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านจะทำให้ราคาค่าไฟฟ้าต่อหน่วยสูงขึ้น และทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงในเรื่องพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เนื่องจากเป็นความมั่นคงไฟฟ้า จึงไม่ควรซื้อไฟจากประเทศเพื่อนบ้านเกิน 20% เท่ากับการสำรองไฟฟ้าที่ควรจะอยู่ที่ 15-20%
“การซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น เพราะราคาค่าไฟฟ้าที่ซื้อมาจากการต่อรอง ไม่ใช่เป็นการประมูล เหมือนการประมูลสร้างโรงไฟฟ้า ส่วนใหญ่ราคาค่าไฟฟ้าต่อหน่วยจะสูงกว่าวิธีประมูลในประเทศ ที่บริษัทไหนเสนอราคาประมูลขายไฟได้ค่าไฟฟ้าต่ำสุด ก็จะชนะได้เป็นผู้สร้างโรงไฟฟ้าเพื่อขายไฟให้กับ กฟผ. นอกจากนั้นบริษัทที่ผลิตไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่จะมีบริษัทลูกของ กฟผ.เข้าไปร่วมถือหุ้นด้วย” แหล่งข่าวเปิดเผย
สำหรับทางแก้กรณีนี้ คือต่อไปการซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน ก็ควรใช้วิธีประมูล ใครไปสร้างโรงไฟฟ้าที่ พม่า สปป.ลาว หรือกัมพูชา ขายไฟกลับมาได้ราคาถูกกว่า รายนั้นก็ชนะไป ไม่ควรใช้วิธีต่อรองราคาค่าไฟฟ้า







