
โรงแรมสุวรรณภูมิหวังเป้ารายได้3ปีพันล้าน
โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวาดเป้า 3 ปี รายได้แตะ 1,000 ล้านบาท หลังนักท่องเที่ยวเข้าพักเพิ่ม
โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวาดเป้า 3 ปี รายได้แตะ 1,000 ล้านบาท หลังนักท่องเที่ยวเข้าพักเพิ่ม
นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า หลังจากเข้ามาบริหารโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือโนโวเทล สุวรรณภูมิแล้ว 3 ปี พบว่าสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการจากขาดทุนเป็นกำไรได้ต่อเนื่องกัน 3 ปี โดยปี 2557 คาดมีรายได้รวม 874 ล้านบาท และมีผลกำไร 105 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดนับแต่เปิดให้บริการมา ดังนั้นหากสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องปีละกว่า 10% เชื่อว่าภายใน 3 ปี โรงแรมจะมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทและผลกำไรไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาทแน่นอน
“ปีนี้ถือเป็นปีที่ทำรายได้สูงเป็นพิเศษ โดยเพิ่มจาก 771 ล้านบาทในปี 2556 เป็น 874 ล้านบาทเนื่องจากช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาจากต่างประเทศ เปลี่ยนจุดหมายเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างจังหวัดแทนเข้ากรุงเทพ และเข้าพักในโรงแรมเพิ่มเพื่อไม่ต้องเข้าตัวเมือง”
สำหรับปี 2558 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 845 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการเติบโตปกติ และตั้งเป้าผลกำไร 50 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากการขยายฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ มากขึ้น เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้า และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงต่างๆ ให้เข้ามาใช้บริการจัดประชุมสัมมนา ซึ่งจะทำให้มีรายได้จากค่าห้องพัก ค่าอาหารและเครื่องดื่ม และค่าสถานที่จัดงานเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การทำงานอย่างบูรณาการของกระทรวงคมนาคม ภายใต้นโยบายของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ที่สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม การทำงานร่วมกัน ยังส่งผลดีต่อโรงแรมทั้งการเพิ่มรายได้ และการพัฒนาโรงแรม เช่นการพัฒนาอุโมงค์เชื่อมโรงแรมกับแอร์พอร์ตลิงค์ ความยาว 300 เมตร พื้นที่เชิงพาณิชย์ 1.5 หมื่นตร.ม. ที่ปัจจุบันปล่อยทิ้งว่าง สามารถนำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้เช่น เปิดร้านขายสินค้าพรีเมียมโอท็อป เพื่อดึงคนเข้ามาจับจ่ายและใช้บริการโรงแรม เป็นต้น
ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางพัฒนาโรงแรมในหลายด้าน อาทิ การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์อุโมงค์ดังกล่าวซึ่งพื้นที่อยู่ภายใต้การบริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทย, การเพิ่มที่จอดรถ, การเพิ่มป้ายบอกเส้นทางมายังโรงแรมในสนามบินสุวรรณภูมิ, ขอความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเข้ามาจัดประชุมสัมมนา และขอรับการสนับสนุนให้ลูกค้าที่รอเปลี่ยนเครื่องเข้ามาพักที่โรงแรมเป็นต้น
ปัจจุบันโรงแรมมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีที่ 77% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติจากการชุมนุมทางการเมือง แต่หากสามารถทำได้ที่ 60-70% ต่อเนื่อง ถือว่าเป็นอัตราที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามถึงปัจจุบันบริษัทยังมีอัตราขาดทุนสะสมอยู่ที่ 510 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารทหารไทย หากไม่ได้อาจพิจารณาเปลี่ยนเจรจากับธนาคารอื่นแทน เนื่องจากเชื่อว่าผลประกอบการของบริษัทมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งแล้ว







