
ตลาดพีซี/โน้ตบุ๊กรวมปีนี้ร่วง30%
เอเซอร์ชี้ยังไม่ตายกลุ่มลูกค้าเล่นเกมการใช้เพิ่มต่อเนื่อง
เอเซอร์ชี้ยังไม่ตายกลุ่มลูกค้าเล่นเกมการใช้เพิ่มต่อเนื่อง
เอเซอร์คาดตลาดพีซีโน้ตบุ๊กปีนี้ร่วง 30% แต่ยังไม่ตาย ไตรมาส 4 ลุ้นโต 10% จับกลุ่มเล่นเกม
นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กปีนี้น่าจะลดลงจากปีที่ผ่านมา 30% จากผลกระทบการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัวที่ผ่านมา ประกอบกับคนหันไปซื้อสมาร์ทโฟนใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น แต่เชื่อว่าตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กจะยังไม่หายไป เพราะมีผู้ที่จำเป็นต้องใช้ และต้องเปลี่ยนเครื่องทุก 35 ปี แต่การนำเงินไปซื้อสมาร์ทโฟนมากช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้ชะลอเวลาเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กไป
ขณะที่เฉพาะไตรมาสสุดท้ายนี้ ตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ได้ 10% เพราะบรรยากาศบ้านเมืองและเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น รวมทั้งเป็นช่วงเวลาของการมองหาของขวัญ ซึ่งคนเริ่มสนใจให้ของขวัญเป็นสินค้าไอทีมากขึ้น เอเซอร์จึงทยอยเปิดตัวสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม เน้นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเล่นเกมที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
“เอเซอร์ได้เปิดตัวโน้ตบุ๊กสำหรับกลุ่มเกมเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ เอเซอร์ แอสปาย วี ไนโตร ราคาเริ่มต้น 3.99 หมื่นบาท และปีหน้าจะมีเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 6 รุ่น นอกจากนี้ยังมี เอเซอร์ แอสปาย พรีเดเตอร์ พีซีสำหรับกลุ่มเกม เจาะกลุ่มทั้งคนเล่นเกมทั่วไปและร้านให้บริการเน็ตคาเฟ่ ราคาเริ่มต้น 2.69 หมื่นบาท เอเซอร์ แอสปาย อาร์ 13 เป็นสินค้ากลุ่มไฮบริด ใช้งานได้ทั้งรูปแบบโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต เริ่มต้น 4.99 หมื่นบาท เอเซอร์ แอสปาย วี 3 โน้ตบุ๊กดีไซน์พรีเมียม เริ่มต้น 1.49 หมื่นบาท เอเซอร์ แอสปาย สวิตช์ 11 เป็นได้ทั้งโน้ตบุ๊คและแท็บเล็ต เริ่มต้น 2.59 หมื่นบาท และเอเซอร์ แอสปาย แซด ซีรีย์ วินโดว์ แท็บเล็ต เริ่มต้น 1.39 หมื่นบาทส่วนรายได้ของบริษัทจะลดลงไม่มากหรือเท่าปีก่อน เพราะมีรายได้จากสมาร์ทโฟนและสินค้าอื่นที่ยังโตเข้ามาช่วย” นายนิธิพัทธ์ กล่าว
ทั้งนี้เอเซอร์คาดว่า ยอดขายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊คคงตกสอดคล้องกับตลาด แต่รายได้รวมอาจจะตกน้อยหรือเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากกลุ่มสมาร์ทโฟน และสินค้าอื่นที่ยังเติบโตอยู่ โดยบริษัทพยายามรักษาสมดุลการขาย ไม่ได้เน้นไปที่โน้ตบุ๊คมากเหมือนในอดีต แต่จะกระจายสินค้าหลายประเภทและเพิ่มสัดส่วนตลาดองค์กรมากขึ้น







