
พรีเมียม เพลสสู้ศึกอสังหาฯเร่งปั้นแบรนด์แข่งรายใหญ่
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
กว่า 20 ปีมาแล้ว ที่พรีเมียม เพลส อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ เริ่มจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจากรุ่นพ่อ “พิบูลย์ มงคลเจริญศรี” จนถึงวันนี้ได้ส่งไม้ต่อให้กับทายาทรุ่นลูกโดยมี “ธนเทพ มงคลเจริญศรี” บุตรชายคนโต เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียม เพลส ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งวันนี้รุ่นลูกประกาศพร้อมจะบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์เต็มที่เน้นย่านชานเมือง โดยยึดหัวหาดกรุงเทพฯ โซนตะวันออกเป็นหลัก
ธนเทพ กล่าวว่า หลังจากดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ปี 2529 เริ่มจากโครงการทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ แบรนด์ พรีเมียม เพลส จนถึงปัจจุบันรวม 19 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 7,600 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ
ต่อมาปี 2556 ได้เล็งเห็นศักยภาพของตลาดคอนโดมิเนียม จึงได้เปิดบริษัท พรีมิโอ ดีเวลลอปเม้นท์ เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์พรีมิโอ ที่ผ่านมาพัฒนามาแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ พรีมิโอ ไพร์ม เกษตรนวมินทร์ คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 392 ยูนิต บนพื้นที่ 4 ไร่ ปิดการขายแล้ว และอยู่ระหว่างโอนกรรมสิทธิ์ ต่อด้วยพรีมิโอ วีโทร คอนโดมิเนียมสูง 16 ชั้น 1 อาคาร บนพื้นที่ 2 ไร่ จำนวน 289 ยูนิต ปิดการขายได้ภายใน 2 วัน
ทั้งนี้ ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ “พรีมิโอ เฟรสโก” เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร บนพื้นที่ 2 ไร่ จำนวน 266 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 2645 ตารางเมตร ราคา 1.69-3.5 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 635 ล้านบาท โดยโครงการนี้ทำเลติดถนนรามอินทรา กม.2 ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูแครายปากเกร็ดมีนบุรี ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 15-16 พ.ย.นี้ ในราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ในปลายปี 2556 ยังได้เปิดการขายทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ พรีเมียม เพลส เอกมัยรามอินทรา จำนวน 77 ยูนิต บนพื้นที่ 8 ไร่ มูลค่าโครงการ 520 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท เปิดขายมาตั้งแต่ปลายปี 2556 และปิดการขายไปแล้ว 90% และโครงการพรีเมียม เพลส เอกมัยรามอินทรา 2 ตั้งอยู่ในซอยสุคนธสวัสดิ์ จำนวน 91 ยูนิต บนพื้นที่ 11 ไร่ มูลค่าโครงการ 775 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นที่ 5.99 ล้านบาท ที่เพิ่งเปิดขายเพียง 2 เดือน มียอดขายแล้ว 70%
“ที่ผ่านมาบริษัทเน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางบน ที่อยู่โซนกรุงเทพฝั่งตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ เพราะยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่มากพอสมควร เห็นได้จากผลตอบรับที่ผ่านมา หลายๆ โครงการสามารถปิดยอดขายในระยะเวลาที่ไม่นาน”
ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายการลงทุนไปยังทำเลใกล้เคียง รวมถึงตลาดบ้านเดี่ยวและจะเน้นสร้างแบรนด์ที่อยู่อาศัยของบริษัทให้เป็นที่รับรู้มากขึ้น
ขณะที่แผนการลงทุนในปี 2558 ตั้งเป้าพัฒนา 4 โครงการ แบ่งเป็นโครงการทาวน์โฮม หรือโฮมออฟฟิศ 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพรีเมียม เพลส พหลโยธินรัตนโกสินทร์ สมโภช พื้นที่ 8 ไร่ พัฒนาเป็นทาวน์โฮมสูง 34 ชั้น ขนาด 21.25 ตารางวา ราคา 5.67 ล้านบาทขึ้นไป รวม 85 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท 2.พรีเมียม เพลส แฟชั่น ไอส์แลนด์ บนพื้นที่ 13 ไร่ อยู่ระหว่างออกแบบ เบื้องต้นจะพัฒนาเป็นรูปแบบมิกซ์ยูส ทั้งคอนโดและโฮมออฟฟิศ ส่วนอีก 2 โครงการจะพัฒนาเป็นคอนโดอยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดินย่านเกษตรนวมินทร์ และรามอินทรา คาดสรุปผลได้ภายในปีนี้
“ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2557 ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีขึ้น หลังจากสถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงานและมีนโยบายเร่งอนุมัติรถไฟฟ้าสายต่างๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมให้คึกคักมากขึ้น”
สำหรับผลประกอบการของบริษัทช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มียอดขาย 800 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าทั้งปีไว้ 1,200 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากธุรกิจให้เช่ากว่า 10% ที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจเพื่อการขาย และในปี 2558 ตั้งเป้ายอดขาย 2,000 ล้านบาท และมียอดรับรู้รายได้ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมาย 5 ปี จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ซึ่ง ณ วันนั้นจะมีพอร์ตการลงทุนมูลค่า 4,000-5,000 ล้านบาท หรือลงทุนปีละอย่างน้อย 34 โครงการ และมีทุนจดทะเบียนเพิ่มจาก 350 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท
นี่คือการปรับตัวของผู้ประกอบการรายกลาง เพื่อรับการแข่งขันที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น







