posttoday
ราคาสินค้าเกษตรต่ำฉุดเอสเอ็มอีทรุดตัว

ราคาสินค้าเกษตรต่ำฉุดเอสเอ็มอีทรุดตัว

28 ตุลาคม 2557

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิติวงษ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิติวงษ์

ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม ทีเอ็มบี ของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ไตรมาส 3 ปีนี้ แม้จะปรับตัวสูงขึ้น 1.4 จุด จากไตรมาสก่อนหน้าเป็น 38.0 และดัชนีความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นจาก 55.7 เป็น 59.6 แต่สถานการณ์ของ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังคงอ่อนแอจากภาวะราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ

เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคาร ทหารไทย เปิดเผยว่า ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ทำให้เกษตรกรมีเงินในการจับจ่ายใช้สอยลดลง โดยเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีขนาดเล็กยัง พึ่งพาการบริโภค ในพื้นที่ที่ธุรกิจตั้งอยู่ จึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีในภาคเหนือ ภาคใต้ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เพราะพึ่งพารายได้เกษตรค่อนข้างสูง โดยแต่ละภาคมีแรงงานในภาคเกษตรกรรมมากกว่า 40% ของแรงงานทั้งหมด เศรษฐกิจในภูมิภาคทั้งสามจึงมีความอ่อนไหวต่อราคาสินค้าเกษตรค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภาคกลางและภาคตะวันออก ที่เศรษฐกิจพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก

สำหรับเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ได้แก่ ธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร สินค้า คงทน และสินค้าฟุ่มเฟือย รวมทั้งหมวดเครื่องจักรกลการเกษตร ปุ๋ย ที่ยอดขายมีแนวโน้มลดลง เพราะเกษตรกรลงทุนหาซื้อปัจจัยการผลิตน้อยลง

อย่างไรก็ตาม เบญจรงค์เห็นว่า นโยบายจ่ายเงินชดเชยเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท เป็นการช่วยพยุงไม่ให้การบริโภคทรุดลงเท่านั้น ยังไม่ถึงกับช่วยพลิกฟื้นการบริโภคขึ้นมาได้ ส่วนนโยบายสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2557/2558 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แม้จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เร็วขึ้น แต่ยังมีโจทย์ในระยะต่อไปคือการบริหารจัดการสต๊อกข้าว

อย่างไรก็ดี ในแง่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังปรับขึ้น หลังจากคาดหวังว่าเศรษฐกิจที่ดีจะส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้น โดยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม ทีเอ็มบี ไตรมาส 3/2557 ซึ่งสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 1,100 กิจการ จากทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันปรับขึ้น 1.4 จุด อยู่ที่ 38.0 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นจากระดับ 55.7 เป็น 59.6

ทั้งนี้ ราคาสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ แต่คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในปีหน้าจากการที่หลายประเทศหลัก เช่น สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น เริ่มฟื้นตัว ทำให้ความต้องการกลับมา สินค้าโภคภัณฑ์รวมถึงสินค้าเกษตรน่าจะราคาสูงขึ้น

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีที่ขยับมาที่ 38.0 แม้จะเป็นระดับสูงสุดของปีนี้ แต่การที่ดัชนีต่ำกว่า 50 สะท้อนว่าเอสเอ็มอียังไม่เชื่อมั่นในธุรกิจของตัวเอง ผลประกอบการยังไม่แน่นอน เห็นได้จากดัชนีรายได้ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนที่ 44.7 เหลือ 42.1 แต่ดัชนีต้นทุนปรับสูงขึ้นจาก 28.4 เป็น 33.6 ในไตรมาสนี้

สำหรับปัจจัยที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกังวลได้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จากในไตรมาสที่แล้ว ผู้ประกอบการกังวลปัญหาการเมืองมากที่สุด แต่มาไตรมาสนี้ปัญหาการเมืองยุติทำให้ความกังวลเรื่องนี้คลี่คลายลง ทำให้ปัจจัยที่ผู้ประกอบการเป็นห่วงอันดับ 1 คือ ภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่มีสัดส่วนถึง 48.1% รองลงมา คือ การเมือง 16.8% ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่กังวล อาทิ การบริหารจัดการธุรกิจ ภาวะต้นทุน และภัยธรรมชาติ

นอกจากนี้ ทีเอ็มบีอยู่ระหว่างปรับประมาณการ เศรษฐกิจปีนี้ลงจากเดิมที่คาดไว้ 2% ส่วนปีหน้าเดิมคาดว่าจะโต 4% นั้น ต้องประเมินอีกครั้งว่าการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ช้ากว่าที่คาดไว้จะมีผลกับอัตราการเติบโตปีต่อไปหรือไม่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน