posttoday
"ฟีเวอร์-ทรี" ธุรกิจที่เริ่มต้นจากคนแปลกหน้า

"ฟีเวอร์-ทรี" ธุรกิจที่เริ่มต้นจากคนแปลกหน้า

27 ตุลาคม 2557

มีบางคนกล่าวว่า “สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว” แต่กับธุรกิจที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

มีบางคนกล่าวว่า “สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว” แต่กับธุรกิจที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แทบจะไม่มีใครกล้าคว้าคนแปลกหน้ามาร่วมลงทุนด้วย ขนาดเพื่อนหรือญาติสนิทยังต้องคิดแล้วคิดอีกก่อนจะร่วมลงทุนอะไร

เพราะฉะนั้น จึงเป็นเรื่องน่าแปลกที่ชาย 2 คนที่เพิ่งเจอกัน จะตกลงทำธุรกิจร่วมกัน

ชาร์ลส์ โรลล์ วัย 57 และทิม วาร์ริลโลว์ วัย 39 ปี ชายต่างวัย 2 คน ตัดสินใจทำธุรกิจด้วยกันในครั้งแรกพบหน้า โดย วาร์ริลโลว์ ซึ่งขณะนั้นทำการตลาดอาหารพรีเมียม และกำลังมองหาอาชีพใหม่

วาร์ริลโลว์ ยกหูโทรหาโรลล์ ซึ่งขณะนั้นเป็นมือเก๋าของอุตสาหกรรมเหล้าจิน เพื่อขอคำปรึกษา โดยทั้งสองตกลงจะเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในลอนดอน

แต่หลังจากที่พูดคุยได้แค่ชั่วโมงสองชั่วโมง ทั้งคู่ก็ตัดสินใจทำธุรกิจน้ำโทนิกที่ไว้ผสมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกันเสียอย่างนั้น

“พวกเราตัดสินใจในตอนนั้นที่จะออกน้ำโทนิกระดับพรีเมียม ที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ” โรลล์ กล่าว

ด้วยเหตุนี้เอง ธุรกิจน้ำโทนิกระดับพรีเมียม “ฟีเวอร์-ทรี” จึงถือกำเนิดขึ้น

ช่วง 18 เดือนแรก เป็นช่วงทดลองรสชาติของน้ำโทนิก โดยโรลล์ได้ขายหุ้นทั้งหมด 25% ที่มีในบริษัทเหล้าจินแห่งหนึ่งเพื่อเป็นต้นทุน

ในการหารสชาติที่ถูกใจที่สุด ทั้งคู่ถึงขั้นบินไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพื่อหาต้นชิงโคนา ต้นไม้ที่ผลิตส่วนผสมสำหรับน้ำโทนิก ไม่ใช่แค่นั้น ทั้งคู่ยังไปตามหาวัตถุดิบถึงไนจีเรียและแทนซาเนียอีกด้วย

“ฟีเวอร์ทรี” ออกจำหน่ายที่โรงแรมและร้านอาหารชั้นนำในปี 2005 ซึ่งเป็นหนทางที่จะสร้างชื่อเสียง เกียรติยศ และแพร่กระจายแบบปากต่อปาก

“พวกเราเดินเข้าไปยังเหล่าโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำทั่วลอนดอน และให้พวกเขาได้ชิมน้ำโทนิก เพื่อให้พวกเขานำไปจำหน่าย” วาร์ริลโลว์ กล่าว

หลังจากที่ติดตลาดได้ไม่นาน เวทโรส บริษัทซูเปอร์มาร์เก็ตตลาดบนของสหราชอาณาจักร ได้ติดต่อมายังโรลล์ และวาร์ริลโลว์ เพื่อจัดจำหน่ายน้ำโทนิก หลังจากนั้นไม่นานซูเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆ ก็ติดต่อมาเช่นกัน

ในปัจจุบันน้ำโทนิก “ฟีเวอร์ทรี” ได้วางจำหน่ายใน 50 ประเทศทั่วโลก มียอดขาย 65 ล้านขวด/ปี และมีพนักงานในบริษัท 70 คน โดยโรลล์ยังคงเห็นโอกาสเติบโตในตลาดอีกมาก เพราะขณะนี้ “ฟีเวอร์ทรี” ยังมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 10% ในตลาดน้ำโทนิกของสหราชอาณาจักรด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่แปลกมากที่ธุรกิจที่เติบใหญ่และเติบโตยิ่งขึ้นไปอีกนั้น สร้างขึ้นมาจาก “คนแปลกหน้า” 2 คน

ถ้าพูดถึงคนแปลกหน้า เราควรจะไม่ไว้ใจสิ!

“ไม่ขนาดนั้นหรอก” โรลล์ กล่าว “ผมเห็นว่าทิมมีพลังงานล้นเหลือ แต่มีความเป็นผู้ใหญ่และมุ่งมั่น ทิมเป็นคนที่เหมาะกับผมมาก”

ในขณะที่ วาร์ริลโลว์ เสริมขึ้นมาว่า “เห็นได้ชัดจากการประชุมครั้งแรก ดูเหมือนพวกเราจะเข้าใจซึ่งกันและกันได้”

ปัจจุบัน โรลล์ เป็นรองประธานกรรมการบริหาร ในขณะที่มอบหมายตำแหน่งประธานบริษัทให้กับวาร์ริลโลว์

“แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเรามีความเห็นไม่ตรงกันอยู่หลายครั้ง แต่ก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และถ้ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น เราคุยกันว่า ‘ถ้านายคิดว่าถูกละก็ ทำเลยสิ” โรลล์ กล่าว

“ในเรื่องของกลยุทธ์ เส้นทางการตลาดและการลงทุน ผมไม่คิดว่าพวกเราจะมีความเห็นไม่ตรงกันขนาดนั้น” วาร์ริลโลว์ เสริมและว่า

“ตราบใดที่เราเคารพซึ่งกันและกัน เราก็สามารถไปได้ไกลในธุรกิจ อย่างคำกล่าวที่ว่า สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว”

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร