
เปิดแผนฟื้นฟูฯขสมก.จุดชี้ขาด"เออร์ลี่รีไทร์"
ต้องยอมรับว่าองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์
ต้องยอมรับว่าองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาสะสมอย่างมาก ทั้งในแง่คุณภาพการให้บริการ และผลการดำเนินงานที่ขาดทุนทุกปี โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2557 พบว่า ขสมก.มีหนี้สินสะสมสูงถึง 90,765 ล้านบาท
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลทุกยุคต่างพยายามฟื้นฟูฐานะ ขสมก. แต่ไม่ปรากฏผลเป็นรูปธรรมนัก และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟู ขสมก.เพื่อให้ ขสมก.ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองเช่นกัน
“แผนฟื้นฟูฯ ขสมก. ระบุว่า จะต้องเปลี่ยนรถเป็นรถเมล์เอ็นจีวีเพื่อลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน ลดจำนวนพนักงาน ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ อาทิ ในช่วงพีกรถ ขสมก.ต้องออกวิ่ง 2 นาที/คัน ช่วงปกติ 3 นาที/คัน และต้องคุมระยะเวลาเดินทางให้ได้ ซึ่งเราจะเริ่มทดลองในเส้นทางรอบนอกเมืองก่อน รวมถึงจัดเส้นทางใหม่ให้เหมาะสมอย่าให้ทับซ้อนกันมาก และเส้นที่เคยวิ่งยาวๆ ก็ปรับให้สั้นลง อย่างตอนนี้เราจัดเส้นทางใหม่เป็น 186 เส้นทาง จากเดิม 200 เส้นทาง” อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะกำกับดูแล ขสมก.ระบุ
ล่าสุด ขสมก.ได้ส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้อาคม และนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ของแผนฟื้นฟูกิจการ
สำหรับแผนฟื้นฟูฯ ขสมก.ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ลดค่าใช้จ่าย ได้แก่ จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน 1.31 หมื่นล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินมาให้ ขสมก.กู้ต่อ การพัฒนาและจัดหาอู่จอดรถเพิ่มขึ้น 11 แห่ง ปรับปรุงเส้นทางเดินรถจาก 207 เส้นทาง เหลือ 186 เส้นทาง พร้อมทั้งลดระยะทางต่อเส้นทางจาก 30.03 กิโลเมตร/เส้นทาง เหลือ 24.61 กิโลเมตร/เส้นทาง จัดหาระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (อีทิคเก็ต) ภายในไตรมาส 2 ปี 2559 และส่งเสริมตั๋วร่วม
นอกจากนี้ ยังมีโครงการลดค่าใช้จ่ายที่สำคัญๆ เช่น โครงการเออร์ลี่รีไทร์พนักงาน 2,481 คน ภายในปีงบ 2559 ค่าใช้จ่าย 3,068 ล้านบาท จัดตั้งหน่วยธุรกิจ แยกการบริหารจัดการจาก ขสมก.เพื่อดำเนินการเชิงธุรกิจ และให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณรับภาระชำระหนี้แทน ขสมก.ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายให้ทั้งสองหน่วยงานเข้ามารับภาระหนี้ในปีงบ 2558
“ขสมก.บอกอีก 6 ปี จะเลิกขาดทุน ถ้าเออร์ลี่คนได้ตามเป้า ลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน ทำตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ปรับเส้นทาง ลดหนี้ โดยเฉพาะหนี้ที่มาจากนโยบายการให้บริการประชาชน แต่ต้องคุยกันใน คนร.ว่าจะลดหนี้ให้อย่างไร เช่น ในแผนมีการพูดถึงการโอนหนี้ครึ่งหนึ่งไปให้กระทรวงการคลัง แต่ทุกอย่างจะสำเร็จหรือไม่ ต้องอยู่ที่ว่าจะต้องเออร์ลี่รีไทร์พนักงานได้ตามเป้า ถ้าทำอย่างนี้ได้ ขสมก.ก็อยู่รอด แต่รัฐบาลก็ต้องอุดหนุนงบบริการประชาชนบางส่วน เพราะยังมีรถร้อนที่ควบคุมค่าบริการวิ่งอยู่ด้วย” อาคม ระบุ
2.ยุทธศาสตร์การเพิ่มรายได้ ซึ่งภายใต้แผนฟื้นฟูฯ กำหนดให้ต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของรถร่วมฯ ขสมก. โดยนำระบบ ISO 9001:2008 มาใช้บริหารจัดการ และต้องจัดเก็บค่าตอบแทนให้ได้ 100% ตลอดจนให้เอกชนเข้ามาลงทุนพัฒนาพื้นที่อู่ 4 แห่งสำหรับให้บริการเชิงพาณิชย์ภายในปีงบ 2559 ได้แก่ อู่มีนบุรี อู่แสมดำ อู่บางเขน และอู่สวนสยาม
“เรามีแนวคิดว่าจะนำพื้นที่อู่ที่มีศักยภาพมาพัฒนา โดยจัดให้มีพื้นที่ให้บริการเชิงพาณิชย์เหมือนกับอู่รถ บขส.” อาคมให้ข้อมูลเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2557 และส่งมอบต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยให้กระทรวงคมนาคมศึกษาความเป็นไปได้ในการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนจัดหาและให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ต้องจัดหาเพิ่มเติมอีก 4,000 คัน
“การจัดการรถเมล์อีก 4,000 คัน เป็นดำริของนายกฯ ซึ่งท่านหมายความว่า นอกจากรถเมล์ของ ขสมก.แล้ว ถ้าหากจะจัดหารถเมล์เพิ่มก็จะให้เอกชนเข้ามาจัดหา 3,100 คัน โดยเปิดให้เอกชนลงทุนเพิ่มเหมือนรถร่วมฯ ในปัจจุบัน ซึ่งการจัดหาส่วนหนึ่งเพื่อทดแทนรถร่วมฯ ที่มีสภาพเก่า แต่ตอนนี้ต้องดูก่อนว่ามีความต้องการรถเท่าไหร่” อาคม กล่าว
และ 3.ยุทธศาสตร์เพิ่มคุณภาพบริการ ได้แก่ การติดตั้งระบบจีพีเอสเพื่อให้มีระบบการติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติการเดินรถ พัฒนาคุณภาพบุคลากรตามระบบคัดเลือก และสรรหาพนักงานแบบใหม่ที่จะเริ่มใช้ในไตรมาสแรก ปีงบ 2559 และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่ดำเนินการอยู่แล้วให้ดีขึ้น
“ถ้าเราทำทุกอย่างได้ตามแผนที่วางไว้ คือ รถเมล์ให้บริการดีขึ้น มีการเชื่อมเส้นทางรถเมล์เชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าต่างๆ เพราะรถไฟฟ้าไม่ได้วิ่งถึงประตูบ้าน รวมถึงมีการประกันเวลา เป็นต้น ถ้าทำได้รถเมล์หรือรถตู้เถื่อนก็จะค่อยๆ หายไปจากระบบ และคนจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น” อาคม ทิ้งท้าย







