
หุ้นไทยโน้มฟื้นตัวตามหุ้นโลก
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ก่อนฟื้นตัวตามตลาดหุ้นโลก โดยได้แรงหนุนจาก 1) นักลงทุนบรรเทาความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจีน ยุโรป และสหรัฐต่างรายงานเครื่องชี้เศรษฐกิจดีเกินคาด 2) ธนาคารกลางสำคัญยังส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม นำโดยธนาคารกลางยุโรป และจีน
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ก่อนฟื้นตัวตามตลาดหุ้นโลก โดยได้แรงหนุนจาก 1) นักลงทุนบรรเทาความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจีน ยุโรป และสหรัฐต่างรายงานเครื่องชี้เศรษฐกิจดีเกินคาด 2) ธนาคารกลางสำคัญยังส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม นำโดยธนาคารกลางยุโรป และจีน
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกฟื้น นำโดยดัชนี S&P 500 ดีดถึง 4.1% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยกระเตื้องขึ้นแค่ 0.73% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปีนี้โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นทั่วโลกมาก ขณะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเชื่องช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
สัปดาห์นี้ดัชนีหุ้นยังโน้มผันผวนตามตลาดหุ้นโลก ขึ้นอยู่กับตัวแปรดังนี้
ประการแรก สัญญาณอัตราดอกเบี้ยเฟด จากการประชุมคณะกรรมการเฟดในวันที่ 2829 ต.ค. 2557 ส่วนใหญ่ยังคาดว่าเฟดจะยุติโครงการซื้อสินทรัพย์ (QE) อย่างเป็นทางการ และเชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดจะถูกเลื่อนออกไปจากกลางปี 2558 หลังเศรษฐกิจสหรัฐได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ประการที่ 2 ผลทดสอบความแข็งแกร่งทางการเงินในภาวะวิกฤต (Stress Test) ของธนาคารในยูโรโซน
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะเปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร 130 แห่งในยุโรปในวันที่ 26 ต.ค. 2557 ซึ่งหากมีธนาคารที่ผ่านการประเมินจำนวนมากก็จะส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปมีความเชื่อมั่นในการเข้าซื้อสินทรัพย์สูงขึ้น อันจะส่งผลสืบเนื่องให้สภาพคล่องในระบบเพิ่มมากขึ้น
ในทางกลับกัน ถ้ามีธนาคารไม่ผ่านการทดสอบเป็นจำนวนมาก ก็จะส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในภาคธนาคารของยูโรโซน
ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอียูช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธาน ECB เรียกร้องผู้นำอียูให้ร่วมกันปฏิรูปโครงสร้าง การลงทุน วินัยด้านงบประมาณ และมาตรการกระตุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับเข้าไปสู่ภาวะถดถอย
น่าสังเกตว่าได้รับการตอบรับจากนายกฯ เยอรมนี นางแมร์เกิล ยังเปิดช่องให้มีการลงทุนมากขึ้นในยูโรโซนอีกด้วย โดยเฉพาะส่วนที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
โฆษก ECB ยังระบุโดยอ้างคำพูดของนายดรากีว่า อีซีบีพร้อมจะใช้มาตรการพิเศษอื่นๆ หากมีความจำเป็นในการบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพด้านราคาของอีซีบี
ประการที่ 3 ความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แม้จะบรรเทาลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การฟื้นตัวยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะในยูโรโซน ประเด็นนี้อาจกลับมาสร้างความผันผวนเป็นระยะ
ในส่วนของสหรัฐ เครื่องชี้เศรษฐกิจที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI ภาคบริการ เดือน ต.ค. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ก.ย. และจีดีพีประจำไตรมาส 3/2557
ประการที่ 4 ความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของเชื้ออีโบลา หลังมีรายงานว่าแพทย์ชาวนิวยอร์กที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศกินีในแอฟริกาตะวันตก กลายเป็นบุคคลรายที่ 4 ในสหรัฐที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสมรณะดังกล่าว และเป็นรายแรกในนิวยอร์ก
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเผยว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้ออีโบลาทะลุ 1 หมื่นคนแล้ว
โดยรวมปัจจัยเสี่ยงภายนอกค่อยๆ ลดแรงกดดันลง แต่ยังไม่นิ่ง
ด้านปัจจัยในประเทศ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเชื่องช้ากว่าที่ส่วนใหญ่คาด โดยเฉพาะกำลังซื้อในประเทศที่ถูกกระทบจากภาวะตกต่ำของสินค้าเกษตรสำคัญ และหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
ขณะที่การส่งออกก็ถูกกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และมีแนวโน้มที่ปีนี้จะหดตัวเล็กน้อย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ของ บจ.ส่วนใหญ่ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจ กลุ่มธนาคารรายงานกำไรโตเพียง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหุ้นที่เหลือจะทยอยรายงานตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป ก่อนถึงเส้นตายในกลางเดือน พ.ย.
แม้ผลประกอบการไตรมาส 3 จะไม่ดี แต่ส่วนใหญ่มองข้ามไปปี 2558 ที่เศรษฐกิจจะเร่งตัวขึ้น อันเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ช่วงสั้น ตลาดหุ้นไทยจะถูกชี้นำจากปัจจัยภายนอก ดัชนีหุ้นไทยยืนเหนือแนวรับ 1,520 จุด สัญญาณซื้อรอบใหม่จะถูกยืนยันหากปิดเหนือ 1,550 จุด
ความเสี่ยงด้านล่างถูกจำกัดจากแรงหนุนจากการเข้าซื้อ LTF, RMF ก่อนสิ้นปี รวมถึงทริกเกอร์ฟันด์กองใหม่ที่ทยอยระดมเงินเข้าช้อนซื้อหุ้น
หาจังหวะเก็บช่วงย่อ เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น AOT, BBL, BGH, BTS, CENTEL, CK, KBANK, LPN, SPALI, STEC รวมถึงหุ้นที่แนวโน้มธุรกิจดีขึ้นอย่าง BEAUTY, SAMART, SAPPE, TUF ส่วนที่ปันผลเด่นมี INTUCH, BTS เป็นต้น
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ







