
แท็กซี่ขอรัฐเยียวยาหลังปรับขึ้นราคาLPG
สหกรณ์แท็กซี่ขอรัฐออกมาตรการเยียวยาปรับขึ้นราคาแอลพีจี หวั่นไม่คุ้มต้นทุนนระยะยาว
สหกรณ์แท็กซี่ขอรัฐออกมาตรการเยียวยาปรับขึ้นราคาแอลพีจี หวั่นไม่คุ้มต้นทุนนระยะยาว
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ เปิดเผยว่า ต้องการให้กระทรวงพลังงานหยุดปรับราคแอลพีจี หรือหากจะขึ้นราคาควรมีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการแท็กซี่ แม้กระทรวงคมนาคมจะอนุมัติการขึ้นราคาค่าโดยสารแท็กซี่มิเตอร์แล้ว แต่หากราคาแก๊สยังปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขึ้นราคแท็กซี่มิเตอร์ก็ไม่คุ้มต้นทุนในระยะยาว และกว่าจะขออนุมัติได้อีกครั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี
"เมื่อราคาแอลพีจีขึ้น จะส่งผลกระทบต่อคนขับแท็กซี่ที่ต้องจ่ายค่าแก๊สเพิ่มอีก 100 บาทต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกับค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น ก็แทบไม่ต่างจากเดิม ซึ่งกว่าจะขออนุมัติขึ้นอีกครั้งก็ค่อนข้างลำบาก จึงต้องการให้รัฐคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวด้วย"นายวิฑูรย์กล่าว
อย่างไรก็ตาม อัตราการปรับขึ้นค่าโดยสาร 2 ระยะ รวม 13% ในครั้งนี้ คาดว่าผู้โดยสารจะรับได้ เพราะโดยภาพรวมไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากราคามิเตอร์ยังเริ่มต้นเท่าเดิมที่ 35 บาท และปรับครั้งแรก 7-8% เท่านั้น
นายเดโช เอี่ยมชีรางกูร สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ กล่าวว่า ทางกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่ง ต้องมีมาตรการระยะยาวที่จะรองรับหากราคาแก๊สเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย เพราะไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการแท็กซี่จะไม่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าโดยสารเลย เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนค่าแก๊สที่เพิ่มขึ้นด้วย
นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า หลังอัตราค่าโดยสารใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แท๊กซี่สามารถนำรถมาปรับมิเตอร์ได้ที่กรมการขนส่งทันที โดยปัจจุบันมีแท๊กซี่กว่า 1 แสนคัน
สำหรับอัตราค่าโดยสารแท๊กซี่หลังปรับขึ้น เริ่มต้น 35 บาท กม.ที่1-10 ราคา 5.5 บาท กม.11-20 ราคา 6 บาท กม.21-40 ราคา 6.5 บาท กม. ที่ 41-60 ราคา 7 บาท และ กม.ที่ 61-80 ราคา 8 บาท และตอนรถจอดเพิ่มจาก 1.50 บาทเป็น 2 บาท







