
ทำไมสถาบันการเงินชอบอ้างว่าติด Blacklist เครดิตบูโร
วันนี้ผมขอนำเสนอประเด็นที่ใครต่อใครโดยเฉพาะท่านที่เคยมีประสบการณ์ตรงจากการถูกปฏิเสธสินเชื่อทั้งๆ ที่เขาก็มาชวนเอง ไม่อนุมัติเงินกู้ตามที่ยื่นใบสมัครไป หรือไม่ปล่อยเงินกู้ให้ตามที่ยื่นเรื่อง ชอบที่จะอ้างว่าติดเครดิตบูโร ติด Blacklist มันอะไรกัน ต้องไปจุดธูปถามใครเวลาได้รับหนังสือปฏิเสธสินเชื่ออย่างเป็นทางการ ภาษาแบบกฎหมาย อ่านแล้วไม่เข้าใจ ผมขอไล่เรียงเรื่องอย่างนี้นะครับ
วันนี้ผมขอนำเสนอประเด็นที่ใครต่อใครโดยเฉพาะท่านที่เคยมีประสบการณ์ตรงจากการถูกปฏิเสธสินเชื่อทั้งๆ ที่เขาก็มาชวนเอง ไม่อนุมัติเงินกู้ตามที่ยื่นใบสมัครไป หรือไม่ปล่อยเงินกู้ให้ตามที่ยื่นเรื่อง ชอบที่จะอ้างว่าติดเครดิตบูโร ติด Blacklist มันอะไรกัน ต้องไปจุดธูปถามใครเวลาได้รับหนังสือปฏิเสธสินเชื่ออย่างเป็นทางการ ภาษาแบบกฎหมาย อ่านแล้วไม่เข้าใจ ผมขอไล่เรียงเรื่องอย่างนี้นะครับ
เวลาได้รับ SMS แจ้งว่าขอบคุณที่ท่านมายื่นใบสมัครสินเชื่อ/ขอใช้บริการแต่เนื่องจาก...คุณสมบัติหรือลักษณะประการใดประการหนึ่งของท่านไม่เข้าเกณฑ์/ไม่ผ่านเกณฑ์/ไม่เป็นไปตามนโยบาย/ไม่สอดคล้องกับนโยบาย ธนาคาร/บริษัทจึงไม่สามารถอนุมัติเงินกู้/อนุมัติบัตรให้กับท่านได้และขอขอบคุณ...
ข้อแนะนำของผมคือให้ท่านติดต่อสาขา/จุดให้บริการ/ผู้ที่ท่านติดต่อยื่นใบสมัคร/Call Center/Customer Care Center เพื่อขอทราบเหตุผลหรือขอทราบรายละเอียดที่ท่านสามารถเข้าใจได้ และท่านผู้อ่านครับ หากมีใครระบุว่าเป็นเหตุผลเพราะติดเครดิตบูโรแล้วให้ถามต่อว่าติดตรงไหน ติดยังไง เพราะหากใครอ้างว่าที่ไม่ให้เพราะเครดิตบูโรแล้ว สถาบันการเงินนั้นต้องออกเป็นหนังสือเท่านั้น กฎหมายเครดิตบูโรห้ามแจ้งโดยวาจา โดย SMS ต้องออกเป็นหนังสือเท่านั้น เพราะสถาบันการเงินไหนไม่ทำการออกหนังสือแล้วอ้างเครดิตบูโรจะมีโทษปรับ 300,000 บาท และปรับอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะออกเป็นหนังสือ นี่คือสิทธิของผู้บริโภค
เครดิตบูโรเองกำลังจับตา ติดตาม และเจรจากับสมาชิกที่ใช้ SMS ในการปฏิเสธสินเชื่อว่าต้องชัดเจนในข้อความหากไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโรและเป็นเรื่องอื่นๆ เช่น รายได้ของผู้ขอกู้ไม่พอก็ว่ากันไป เครดิตบูโรต้องการให้มีข้อความต่อท้ายว่า ...และไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโร เช่น “ขอขอบคุณที่ท่านได้สมัครสินเชื่อกับธนาคาร/บริษัท หากแต่คุณสมบัติของท่านด้านรายได้ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ บริษัท/ธนาคารจึงไม่สามารถอนุมัติให้กับท่านได้และไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโร” เป็นต้น เพื่อให้ชัดเจนว่าที่ยังไม่ให้เงินกู้ครั้งนี้ที่ขอเพราะ (เหตุผล)และไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโร
กรณีที่การปฏิเสธสินเชื่อนั้นมีเหตุผลเนื่องจากว่า คนที่วิเคราะห์คำขอสินเชื่อ/ใบสมัครสินเชื่อเขาได้เข้าไปดูข้อมูลอันเป็นความลับของเราที่เป็นคนยื่นคำขอสินเชื่อ/ใบสมัครสินเชื่อแล้วพบว่าไม่เข้าเกณฑ์ ธนาคารหรือบริษัทนั้นๆ ก็ต้องออกหนังสือที่ระบุให้ชัดว่าเป็นเรื่องอะไร เช่น
1. พบว่าผู้ยื่นคำขอสินเชื่อ/ใบสมัคร สินเชื่อ มีสินเชื่อบางบัญชีมีการค้างชำระในปัจจุบันคือยังมียอดหนี้ที่ยังไม่มีการจ่ายในเวลาปัจจุบันที่กำลังวิเคราะห์
2. พบว่าผู้ยื่นคำขอสินเชื่อ/ใบสมัครสินเชื่อ มีประวัติในอดีตย้อนหลังลงไปว่าเคยมีการค้างชำระในบางบัญชี แต่ในปัจจุบันหรือต่อมาได้กลับไปชำระยอดที่ค้างนั้นแล้ว ลักษณะอย่างนี้เรียกว่า “คนเคยค้าง” อันนี้ก็แล้วแต่ว่าสถาบันการเงินแต่ละที่เขาจะเข้มงวดกันขนาดไหน จะเอามาเป็นเงื่อนไขมากมายระดับใด
3. พบว่าผู้ยื่นคำขอสินเชื่อ/ใบสมัครสินเชื่อ มีจำนวนบัญชีมาก มีจำนวนเงินกู้มากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การให้เพิ่มอาจทำให้สถาบันการเงินไม่แน่ใจว่าจะชำระได้
เรื่องหลักๆ ก็จะประมาณนี้ แต่ด้วยวัฒนธรรมแบบไทยๆ การจะไม่ให้อะไรกับใครที่มาขอ เรามักไม่ค่อยบอกความจริง เช่น ไม่อยากดูหนังกับใครก็จะบอกว่าไม่ค่อยสบาย ไม่ได้ไปชำระเงินตามกำหนดก็จะบอกว่าลืม หรือไปต่างประเทศ ฝ่ายคนที่รับคำขอสินเชื่อ/ใบสมัครสินเชื่อ ก็ถูกสอนมาว่าต้องหาเหตุผลอะไรก็ได้ที่ทำให้คนพูดดูดี หรือไม่เกี่ยว และต้องไม่ให้เขาหรือเธอคนนั้น “เสียหน้าหรือเสียใจ” จึงเป็นที่มาของการบอกว่า เพราะพี่/เพราะน้อง/เพราะท่านติดเครดิตบูโร สถาบันนี้เลยเป็นแพะมาโดยตลอดและไม่ได้เกิดในเมืองไทยเท่านั้น แทบทุกแห่งก็มีปัญหาเรื่องการสื่อสารแบบนี้ มีปัญหาข้องใจ ต้องการความกระจ่าง Call Center เครดิตบูโร 02-643-1250 ครับ







