
ตลาดเครื่องปรุงสู่ยุคสำเร็จรูป"ไทยชูรส"แตกไลน์แก้ผงชูรสซบ
ตลาดเครื่องปรุงรสในยุคผู้บริโภคมีความเร่งรีบในชีวิตประจำวันบวกกับกระแสสุขภาพที่มาแรง
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ตลาดเครื่องปรุงรสในยุคผู้บริโภคมีความเร่งรีบในชีวิตประจำวันบวกกับกระแสสุขภาพที่มาแรง ล้วนเป็นปัจจัยทำให้ผู้ผลิตในตลาดต้องเร่งปรับตัวรองรับกับพฤติกรรมแม่บ้านรุ่นใหม่ ต้องการเครื่องปรุงรสที่สำเร็จรูปและครบรส
ชัยชาญ อรุณสมบัติ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทไทยชูรส ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงชูรสตราชฎาเปิดเผยว่า แผนตลาดเพื่อรองรับกับพฤติกรรมบริโภคผงชูรสที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปีหน้านี้บริษัทจะแตกไลน์เครื่องปรุงรสเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอ จากปัจจุบันจำหน่ายแต่เพียงผงชูรสอย่างเดียว เนื่องจากตลาดผงชูรสมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท หลายปีที่ผ่านมานี้อัตราเติบโตโดยเฉลี่ยราว 2% เท่านั้น อันเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่สัดส่วน 30% ของตลาดรวมไม่นิยมใส่ผงชูรสสำหรับการปรุงอาหาร
ขณะที่พฤติกรรมคนต่างจังหวัด ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สัดส่วนถึง 70% ส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับการนำผงชูรสมาปรุงอาหาร แต่หลังจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดที่เคยเติบโตจึงได้รับผลกระทบ ปริมาณการซื้อจากซองใหญ่มาเหลือเป็นซองเล็กราคาเพียง 510 บาท นอกจากนี้ผงชูรสยังเผชิญกับการแข่งขันสินค้าทางอ้อม อย่างผงปรุงรสจากคนอร์ หรือกระทั่งรสดีเข้ามาแชร์ตลาดไป ส่วนตลาดที่ยังขยายตัวได้ดีอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหาร
โจทย์ของการทำตลาดผงชูรส ทำอย่างไรเพื่อขยายอัตราบริโภค แต่หากจะสร้างธุรกิจให้เติบโตก้าวกระโดดต่อไป การแตกไลน์สินค้าที่อยู่ในสายการผลิตหรือใช้ช่องทางเดียวกันจะดีกว่า ก่อนหน้านี้บริษัทได้ทดลองทำตลาดน้ำจิ้มไก่ ผักกาดดองมาแล้ว แต่ก็นำออกจากตลาดไป เพราะไม่ได้ทำตลาดอย่างจริงจัง
“เหตุผลที่สนใจเข้าสู่ตลาดเครื่องปรุงรส เพราะตลาดยังมีช่องว่างอีกมาก แม้ว่าการแข่งขันจะรุนแรงและผู้บริโภคมีความภักดีต่อแบรนด์สูงก็ตาม แต่ในตลาดยังเกิดการเปลี่ยนแบรนด์ได้ง่าย สำหรับเครื่องปรุงระดับล่างและกลางด้วยเหตุผลของราคาเมื่อเทียบกับตลาดระดับบน ผู้บริโภคจะไม่ค่อยเปลี่ยนแบรนด์มากนัก ดังนั้นเครื่องปรุงของไทยชูรสลงในตลาดระดับล่างและกลางแน่นอน” ชัยชาญ กล่าว
โอกาสตลาดเครื่องปรุงยังมีอีกมากมาย ไทยเป็นประเทศที่มีเครื่องปรุงหลากหลายนับตั้งแต่น้ำปลา ซีอิ๊วดำ ขาว ทั้งรสหวานและเค็ม รวมไปถึงน้ำมันหอย ในระหว่างนี้กำลังพิจารณาว่าจะผลิตสินค้าขึ้นเอง หรือจ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญผลิตสินค้าให้กับบริษัท
การแตกไลน์เครื่องปรุงจะเข้ามาเสริมรายได้ของบริษัท หลังจากรายได้ 9 เดือน มีอัตราเติบโต 5% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าจะเติบโต 10% และคาดว่าสิ้นปีนี้รายได้ไทยชูรส ตราชฎา จะปิดรายได้ราว 1,500 ล้านบาท หรือเติบโตเพียงแต่ 5%
สำหรับแนวโน้มตลาดเครื่องปรุง อาคม พลานุเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลโบ ฟู้ดส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องปรุงอาหารโลโบ กล่าวว่า ตลาดเครื่องปรุงรสโดยรวมในไทยมีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท มีอัตราเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีราว 1015% แบ่งเป็น น้ำปลา มูลค่า 4,0005,000 ล้านบาทซอสปรุงรส 3,0004,000 ล้านบาท เครื่องแกงมูลค่า 1,500 ล้านบาท และผงปรุงรสมูลค่า 4,0005,000 ล้านบาท
แต่ตลาดผงปรุงรสกลับเป็นตลาดที่แข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะทุกรายเห็นถึงโอกาส หลังจากหลายปีที่ผ่านมาตลาดเติบโต 811% กระทั่งมีมูลค่าร่วม 1,000 ล้านบาท จากไลฟ์สไตล์คนไทยที่เร่งรีบยิ่งขึ้น ขณะนี้คู่แข่ง 3 รายหลัก คือ คนอร์ รสดี และแม็กกี้ เริ่มขยายไลน์จากผงปรุงรสมาสู่เครื่องปรุงอาหารไทยหลากหลายเมนู อาทิ ผงปรุงพะโล้ ผงปรุงแกงส้ม ยังไม่รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่เริ่มขยายสินค้าในลักษณะดังกล่าวมากขึ้น อาทิ แม่ประนอม ปีหน้าจะเปิดตัวเครื่องแกงสำเร็จรูป สำหรับโลโบใช้สื่อทางออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมกับตอกย้ำสินค้าที่มีรสชาติแบบต้นตำรับ เพื่อรักษาส่วนแบ่ง 35% รั้งอันดับ 2 รองจากคนอร์มีส่วนแบ่งมากกว่า 40%
โลโบจะเดินหน้าเปิดตัวเครื่องปรุงอาหาร 310 รายการ/ปี เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของโลโบที่มีความหลากหลายสินค้าร่วม 130 รายการ พร้อมกับชูความโดดเด่นการพัฒนาเครื่องปรุงรสอาหารไทย โดยใช้งบตลาด 70 ล้านบาท เพื่อรองรับกับการแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น ยังรวมถึงการแตกไลน์อาหารสำเร็จรูปพร้อมทานรูปแบบรีทอร์ตเพาซ์ซึ่งเป็นอาหารทางเลือกในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าสำหรับคนไทย รองรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่มีเวลาทำอาหาร
การแข่งขันนับจากนี้คงอยู่ที่ว่าแบรนด์ใดจะผลิตสินค้าได้ถูกปากมากกว่ากัน รวมทั้งความหลากหลายของสินค้าต้องจับตาดูไทยชูรสกับก้าวใหม่ทำตลาดเครื่องปรุง หลังตลาดผงชูรสกำลังก้าวสู่ขาลงเต็มที่ หนทางที่จะเติบโตมีเพียงผลักดันการใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหาร และรอกำลังซื้อต่างจังหวัดฟื้น







