posttoday
ตลาดเฟอร์นิเจอร์เดือด

ตลาดเฟอร์นิเจอร์เดือด

21 ตุลาคม 2557

หลังจากฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ ทั้งต้นทุนอาคารและกฎระเบียบค้าปลีกที่เข้มงวด ในที่สุด “อิเกีย” แบรนด์ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์เบอร์ 1ของโลกจากสวีเดน ก็เข้ามาปักธงเปิดสาขาแรกในอินโดนีเซีย ภายในพื้นที่ 3.5 หมื่นตารางเมตร ห่างจากใจกลางกรุงจาการ์ตาประมาณ25 กิโลเมตร

หลังจากฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ ทั้งต้นทุนอาคารและกฎระเบียบค้าปลีกที่เข้มงวด ในที่สุด “อิเกีย” แบรนด์ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์เบอร์ 1ของโลกจากสวีเดน ก็เข้ามาปักธงเปิดสาขาแรกในอินโดนีเซีย ภายในพื้นที่ 3.5 หมื่นตารางเมตร ห่างจากใจกลางกรุงจาการ์ตาประมาณ25 กิโลเมตร

มาร์ค มากี ผู้จัดการทั่วไปอิเกีย อินโดนีเซีย บอกว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียที่เติบโตอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทตัดสินใจว่าตอนนี้คือเวลาเหมาะสมที่จะเปิดสาขา โดยคาดว่าจะมีลูกค้าประมาณ 9.5 ล้านคนในเขตเมืองหลวงและปริมณฑล สามารถเข้ามาจับจ่ายใช้เงินที่อิเกียได้ จำนวนนี้พอๆ กับประชากรทั้งหมดของสวีเดน ซึ่งอิเกียมีสาขาอยู่ 19 แห่ง

ปัจจุบันอินโดนีเซียมีชนชั้นกลางประมาณ 74 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดกว่า 250 ล้านคน และผลการศึกษาของบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป ระบุว่า จำนวนชนชั้นกลางจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปี 2563 ซึ่งหมายความว่าแต่ละปีจะมีคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 89 ล้านคน

ทั้งนี้ ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นทำให้ขนาดพื้นที่ของที่อยู่อาศัยในอินโดนีเซียมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ทำให้ชาวอินโดนีเซียจำเป็นต้องมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถช่วยให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่อันจำกัดได้คุ้มค่าที่สุด

อิเกีย อินโดนีเซีย มีเฟอร์นิเจอร์หลากหลายถึง 7,000 ชนิด ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ ซึ่งประมาณ 550 ชนิดเป็นสินค้าที่ผลิตในอินโดนีเซียเอง และส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกด้วย เช่น เฟอร์นิเจอร์หวาย สิ่งทอ เซรามิก

แน่นอนว่าการบุกตลาดของยักษ์เฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ย่อมสั่นสะเทือนวงการค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ในอินโดนีเซียมากพอสมควร ซึ่งคู่แข่งสำคัญของอิเกียก็คือ เอซ ฮาร์ดแวร์ และบริษัทลูกในเครืออย่าง อินฟอร์มาที่จะต้องพยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ให้ได้ โดยปัจจุบันเอซฯ มีสาขามากกว่า 100 แห่ง และอินฟอร์มามีสาขากว่า 50 แห่งทั่วประเทศ

เรซา ปรียามบาดา นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ วูริ โกรินโด อินโดนีเซีย ชี้ว่า กุญแจสู่ความสำเร็จของบริษัทค้าปลีกคือการมีเครือข่ายที่ดี ทั้งเครือข่ายไปสู่ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ และลูกค้า ดังนั้นอิเกียจำเป็นต้องขยายธุรกิจออกไป

ด้าน เวนดี จันดรา นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์บาฮานา วิเคราะห์ว่า ชาวอินโดนีเซียรอคอยการเปิดสาขาของอิเกีย และเชื่อว่าอิเกียจะสามารถชิงส่วนแบ่งมาจากเจ้าตลาดเดิมได้ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ พร้อมทั้งมองว่าทุกบริษัทจะต้องเน้นเรื่องบริการลูกค้า สินค้า และราคามากขึ้น เนื่องจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น

ผู้บริหารของอิเกียบอกว่า จะเปิดสาขาที่ 2 หากเห็นว่าบรรยากาศในตลาดเกื้อหนุนธุรกิจ ขณะที่เอซฯ วางแผนเปิดสาขาใหม่ประมาณปีละ 15 สาขา และเชื่อว่าการแข่งขันที่เกิดขึ้นตอนนี้จะไม่ส่งผลต่อแผนเปิดสาขาของบริษัท

ปัจจุบัน เอซ ฮาร์ดแวร์ มีรายได้ช่วงครึ่งปีแรก 2.2 ล้านล้านรูเปียห์ เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว พร้อมกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 32.58% เป็น 245.61 พันล้านรูเปียห์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าสินค้าของอิเกียและเอซฯ มีความคล้ายคลึงกันประมาณ 2030% ดังนั้นคาดว่าการเข้ามาของอิเกียครั้งนี้ย่อมกระทบต่อผลประกอบการของเจ้าเก่าอย่างเลี่ยงไม่พ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน