
แนะช่องลงทุนแคนาดา
หอการค้าไทยตื่นเต้นหลังนำทีมนักธุรกิจระดับหัวกะทิเยือนแคนาดาคาดมีโอกาสขยายธุรกิจอีกมาก
หอการค้าไทยตื่นเต้นหลังนำทีมนักธุรกิจระดับหัวกะทิเยือนแคนาดาคาดมีโอกาสขยายธุรกิจอีกมาก
พาณิชย์ ชี้ช่องลงทุนแคนาดา แนวโน้มอาหารสินค้าเพื่อสุขภาพมาแรง
นางนิศาบุษป์ วีรบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครแวนคูเวอร์ เปิดเผยว่า รัฐบาลแคนาดาได้เร่งเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการผลักดันนโยบายเชิงรุกสู่ตลาดเอเชีย เพื่อลดอัตราการพึ่งพาเศรษฐกิจกับคู่ค้าเพียงรายเดียวอย่างสหรัฐ ถือเป็นโอกาสของผู้ส่งออกสินค้าของไทย
สำหรับแนวโน้มชนกลุ่มน้อยที่อพยพมาตั้งรกรากในแคนาดาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าอาหารพื้นเมือง (Ethnic Foods) หรืออาหารสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนที่กำลังมาแรง ซึ่งถือเป็นโอกาสในการผลักดันสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เข้าสู่ตลาดแคนาดา
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 57 ต.ค. 2557 สภาหอการค้าไทยจับมือกับภาครัฐนำทีมนักธุรกิจไทยไปเยือนแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา และมีโอกาสขยายการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศอีกมากในอนาคต
สำหรับการค้าระหว่างไทยแคนาดา ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2557 การส่งออกของไทยไปแคนาดาลดลง 3.52% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 950.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ 1.อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (19.2%) 2.ข้าว (+2.43%) 3.เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ (+86.9%) 4.ผลิตภัณฑ์ยาง (+11.88%) 5.ผลไม้กระป๋องและแปรรูป (+4.68%)
ส่วนการนำเข้าในช่วง 8 เดือนแรก การนำเข้าของไทยจากแคนาดาลดลงร้อยละ 16.33 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 576.90 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ 1. พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช (+4.80%) 2. ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (25.90%) 3. เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ (24.42%) 4. เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (+49.22%) 5. เครื่องเพชร พลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ (44.94%)
โดยการเยือนแคนาดาของคณะนักธุรกิจหอการค้าไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการจุดประกายเพื่อขยายความร่วมมือและความสัมพันธ์ทางด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน เนื่องจากทั้งนักธุรกิจฝ่ายแคนาดาและฝ่ายไทยต่างก็ไม่รู้จักกันมากนัก แต่จริงๆ แล้วแคนาดาเป็นตลาดที่มีโอกาสทางการค้ามากมาย
"สำหรับโอกาสของผู้ส่งออกไทยในการส่งออกสินค้ามายังแคนาดา ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มด้านชนกลุ่มน้อยที่อพยพมาตั้งรกรากในแคนาดาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าอาหาร Ethnic foods หรือเทรนเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนที่กำลังมาแรง ซึ่งถือเป็นโอกาสในการผลักดันสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เข้าสู่ตลาดแคนาดา ในขณะที่ภาคการส่งออกไทยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีความต้องการแสวงหาแหล่งวัตถุดิบและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน ซึ่งแคนาดามีจุดเด่นในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ป่าไม้ การเกษตร และแร่ธาตุ รวมถึงเทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งถือว่าจะได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่ายในลักษณะ WinWin" ผอ.สคร.แวนคูเวอร์กล่าวเพิ่ม
การค้าระหว่างไทยแคนาดาในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2557 การส่งออกของไทยไปแคนาดาลดลงร้อยละ 3.52 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 950.40 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ 1. อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (19.20%) 2. ข้าว (+2.43%) 3. เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ (+86.90%) 4. ผลิตภัณฑ์ยาง (+11.88%) 5. ผลไม้กระป๋องและแปรรูป(+4.68%)
ส่วนการนำเข้าในช่วง 8 เดือนแรก การนำเข้าของไทยจากแคนาดาลดลงร้อยละ 16.33 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 576.90 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ 1. พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช (+4.80%) 2. ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (25.90%) 3. เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ (24.42%) 4. เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (+49.22%) 5. เครื่องเพชร พลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ (44.94%)
เป็นครั้งแรกที่สภาหอการค้าไทยจับมือกับภาครัฐนำทีมนักธุรกิจชั้นนำจากไทยบุก แวนคูเวอร์ระหว่างวันที่ 5 7 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา เผยประสบความสำเร็จเกินคาด และมีโอกาสในการขยายการค้าการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศอีกมากในอนาคตอันใกล้
คณะผู้แทนการค้าจากสภาหอการค้าไทยเยือนแวนคูเวอร์ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่ร่วมผลักดันโดยทีมประเทศไทย มีหัวเรือใหญ่คือเอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงออตตาวา ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครแวนคูเวอร์ BOI นิวยอร์ค และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประจำแคนาดา โดยคณะได้เดินทางเยือนโตรอนโตก่อนจะเดินทางต่อมายังแวนคูเวอร์ในวันที่ 5 7 ตุลาคม 2557 วัตถุประสงค์ในการเยือนแคนาดาเพื่อศึกษาโอกาสและลู่ทางด้านการค้าการลงทุน ตลอดจนความร่วมมือ ระหว่างไทยแคนาดา โดยนักธุรกิจไทยที่เข้าร่วมคณะในครั้งนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจในการตัดสินใจจากภาคธุรกิจต่างๆ ประกอบด้วย Loxley, Thai Beverage, Thai President Foods, Bangkok Weaving Mills, Piyanarong, Allied metal, Mitr Phol, PTTEP Canada, CPF Toronto ธนาคารธนชาติ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
โอกาสนี้ Mrs. Teresa Wat รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศรัฐบริทิชโคลัมเบีย ได้กล่าวต้อนรับคณะจากไทยอย่างอบอุ่น และกล่าวว่าบริทิชโคลัมเบียเป็นรัฐที่มีจุดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก การเป็นประตูการค้าเอเชียแปซิฟิคของแคนาดา รวมถึงมีความพร้อมและศักยภาพในด้านต่างๆ และกล่าวเพิ่มเติมว่าการเดินทางเยือนแคนาดาของคณะนักธุรกิจจากไทยในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะขยายความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนระหว่างกัน รวมทั้งกล่าวเชิญชวนให้ลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ (LNG) ใน BC ซึ่งเป็นนโยบายส่งเสริมการลงทุนหลักของรัฐบาลด้วย
สำหรับกิจกรรมช่วงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2557 เริ่มด้วยผู้แทนภาครัฐจาก BC บรรยายภาพรวมเศรษฐกิจของ BC และโอกาสด้านการค้าการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะ LNG และธุรกิจการศึกษาให้แก่คณะนักธุรกิจจากไทย ในช่วงต่อมาเป็นการบรรยายของผู้แทนจากผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทยให้แก่นักธุรกิจ BC เกี่ยวกับประเทศไทยด้านการค้าการลงทุน และจบท้ายด้วยกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจซึ่งประสบความสำเร็จลงด้วยดี โดยสองกิจกรรมหลังนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าฟังบรรยายและเจรจาการค้ารวมกว่า 100 ราย







