
3ธุรกิจดาวรุ่งโอกาสลงทุนในพม่า
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
“พม่าวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากอดีต เพราะพม่าไม่ได้เป็นตัวเลือกของใคร แต่จะเป็นคนเลือกเองว่าจะให้ใครเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ซึ่งสถานทูตไทยในพม่าเราก็พร้อมอย่างเต็มที่ จะสนับสนุนให้นักธุรกิจไทยที่จะเข้ามาประสบความสำเร็จในการลงทุนในพม่า” นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของ “พิษณุ สุวรรณะชฎ” ทูตไทยในพม่า
ท่านทูตบอกว่า เพื่อให้คนไทยได้เข้าใจและเห็นความสำคัญว่าพม่าคือโอกาสที่สำคัญทางธุรกิจและอยากให้นักธุรกิจไทยเข้าไปเพื่อจับจองและมีที่ยืนในพม่าให้ได้ก่อน
ตอนนี้พม่าเนื้อหอมมาก สถานทูตไทยก็ตระหนักและถือว่าเป็นหน้าที่ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้นักธุรกิจและคนไทยเห็นโอกาสลงทุนในพม่า
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้มีการเปิดศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในพม่า (Business Information CentreBIC) ซึ่งจะเป็นศูนย์ที่จะรวบรวมเรื่องสำคัญๆ ไว้ในทุกๆ ด้านให้กับคนไทยที่จะเข้าไปลงทุนได้รู้ว่ามีขั้นตอน มีกฎระเบียบและกติกาอย่างไร ทั้งในเรื่องของข้อกฎหมาย ภาษี และกฎระเบียบข้อการค้าและการลงทุน ซึ่ง คนไทยที่จะเข้าไปสามารถที่จะเข้าไปดูข้อมูลในเว็บ WWW.thaibizmyanmar.com ซึ่งจะมีข้อมูลทุกๆ อย่างให้กับนักลงทุน รวมถึงจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำด้วย เพื่อไม่ให้คนไทยที่ต้องการเข้ามาแล้วตกอยู่ในภาวะตาบอดคลำช้าง เพราะสุดท้ายจะเป็น ต้นทุน และอยากจะบอกนักลงทุนไทยที่เข้ามาว่า อย่ากลัวที่จะเดินเข้ามาในสถานทูต เพราะทุกวันนี้การมาสถานทูตจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่คนไทยจะมา เพราะเราพร้อมให้ข้อมูลและสนับสนุนทุกๆ ด้านอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ได้จัดตั้งสมาคมธุรกิจไทยในพม่าขึ้นมา ซึ่งในสมาคมมีภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องอยู่ 6 ประเภท เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโรงแรมและบริการ ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจพลังงานและไฟฟ้า ธุรกิจเทรดดิ้ง เป็นต้น
สำหรับธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตมากมี 3 กลุ่ม คือ 1.ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายการพัฒนาชาติของพม่า การยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น พวกน้ำ ไฟฟ้า การก่อสร้าง 2.ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการลงทุนที่จ๊อกผิวซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับปิโตรเคมี และยังมีซัพพลายเชนต่างๆ เกิดขึ้น และที่ติละวาซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ในเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นส่วนรถยนต์ ฯลฯ และ 3.ธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากผลพวงของการปฏิรูป เป็นต้น
ด้านความคืบหน้านิคมอุตสาหกรรมทวายนั้น ในการมาเยือนของนายกรัฐมนตรี ก็ย้ำว่าให้มีการปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับ และในเดือน พ.ย.นี้จะมีการหารือในรายละเอียดในเรื่องของ SPV ต่อเนื่อง รวมถึงจะมีการทำดีลดิลิเจนท์ เพื่อชดเชยให้กับอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ซึ่งไอทีดีก็ยังได้รับงานในส่วนของการก่อสร้างต่อ
ท่านทูตกล่าวถึงความกังวลหลักของนักลงทุนว่า เรื่องนโยบายและกฎหมายต่างๆ เป็นเรื่องหลัก การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นปีหน้า แต่สำคัญถ้านักลงทุนไทยรอให้ทุกอย่างพร้อมก็จะหาทางเบียดคนอื่นลำบาก ดังนั้นจึงอยากให้นักลงทุนให้ความสำคัญและเห็นโอกาสการลงทุนในพม่า เพราะไทยมีแต้มต่ออยู่แล้ว เพราะพม่าอยากได้ไทยเป็นต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่การเข้ามาจะต้องทำให้เขาเข้าใจและไม่รู้สึกว่าจะถูกเอาเปรียบ แต่จะเข้ามาเพื่อช่วยเขาพัฒนาเพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน







