posttoday
เศรษฐกิจไทยดับสนิท

เศรษฐกิจไทยดับสนิท

15 ตุลาคม 2557

สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในปีนี้ต้องบอกว่า ดับสนิท ภาคการผลิตหลักของประเทศที่สามารถหารายได้มาหล่อเลี้ยงคนในประเทศกว่า 70% ตกอยู่ในอาการเมาหมัด

สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในปีนี้ต้องบอกว่า ดับสนิท ภาคการผลิตหลักของประเทศที่สามารถหารายได้มาหล่อเลี้ยงคนในประเทศกว่า 70% ตกอยู่ในอาการเมาหมัด

ภาคอุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมรถยนต์ ชะลอตัวหนัก ขณะที่ภาคการผลิตและการใช้จ่ายในประเทศอย่างธุรกิจเอสเอ็มอีก็น่าเป็นห่วงสุดเพราะขายของไม่ได้ จนหลายรายขาดสภาพคล่อง

ขืนไม่ปรับตัว ลดค่าใช้จ่าย บริหารการเงินให้ดีมีโอกาสเจ๊งกันถ้วนหน้า

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศอยู่ในช่วงชะลอตัวอยู่ ทั้งอุตสาหกรรมการเกษตร อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ชะลอตัวลงมาก

กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีกลายเป็นธุรกิจรายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวมากสุด ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างมาก

มีเพียงอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจอาหารเท่านั้นที่ยังไปได้ดีอยู่

สุพันธุ์ ประเมินว่า การส่งออกในช่วงไตรมาส 4 นี้มีโอกาสขยายตัวได้ 3% เพราะบรรยากาศโดยรวมในประเทศดีขึ้นและเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัว ค่าเงินบาทอยู่ในภาวะอ่อนตัวลง ประกอบกับเข้าสู่ช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้น จึงคาดว่าการส่งออกของไทยทั้งปีจะขยายตัวได้ 0% เพราะเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะหดตัว

แต่นั่นก็ต้องอยู่ภายใต้สมมติฐานการส่งออกในเดือน ก.ย. จะต้องโต 3%

สุพันธุ์ กล่าวว่า สิ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาขยายตัวได้ดีมี 3 ด้าน คือ 1.การเร่งรัดเบิกจ่ายของภาครัฐ ที่จะเห็นชัดเจนในช่วงปลายปีนี้และจะมากขึ้นในปีหน้าจากการผลักดันของรัฐบาล

2.ภาคการเกษตรจะมีรายได้และราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น โดยขณะนี้ราคาสินค้าเกษตรทั้งข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ปรับตัวลดลงมาก

3.การท่องเที่ยวที่จะกลับมาคึกคักในช่วงปลายปีนี้

ปัจจัยบวกใน 3 ด้านดังกล่าว ทำให้ประเมินว่า ในปีหน้าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ 4.5% เพราะมีปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาลมีเสถียรภาพ และไม่มีการแต่งตั้งราชการหรือโยกย้ายราชการใหม่ในปีหน้าแล้ว ประกอบกับเศรษฐกิจในอาเซียนขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง จึงส่งผลดีต่อการส่งออกและการค้าชายแดนของประเทศไทย รวมทั้งภาคการเงินในประเทศมีความแข็งแกร่ง

“ภาคอุตสาหกรรมมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประเทศดีอยู่ แต่พืชผลทางการเกษตร ส่งออกไม่ได้ดีอย่างที่คาดไว้ การผลักดันงบประมาณรัฐอยู่ในช่วงเริ่มต้นไม่มากนัก ซึ่งคาดว่าในเดือน ต.ค.และ พ.ย.น่าจะดีขึ้น เพราะภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบ เรามีความหวังอยู่ ทำให้เศรษฐกิจปีหน้าดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้” สุพันธุ์ กล่าว

อรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปีนี้ไม่ใช่ปีทองของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์และภาคการเกษตรที่อยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างมาก มีกำลังการผลิตลดลง แต่คาดว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า

ขณะนี้ภาครัฐกำลังเร่งงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี รวมทั้งประเมินว่าเศรษฐกิจโลกทั้งสหรัฐและยุโรปจะขยายตัวได้ดีในปีหน้า จึงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในปีหน้า

ไม่เฉพาะผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมเท่านั้นที่เดินหน้าไปด้วยความหวังว่า เศรษฐกิจวันหน้าจะดีกว่าวันนี้

นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สั่งเดินหน้าโครงการพบทูตพาณิชย์พิชิตตลาดต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจทำตลาดต่างประเทศ ทั้งการส่งออก การนำเข้า การเข้าไปลงทุน สามารถขอเข้ารับคำปรึกษากับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ในประเทศที่สนใจได้โดยตรง เพื่อให้สามารถวางแผนในการทำธุรกิจได้ดีขึ้น

วันที่ 1820 ต.ค.นี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ จะเรียกประชุมทูตพาณิชย์ จึงใช้โอกาสนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจทำตลาดต่างประเทศ ได้พบปะพูดคุยและขอรับคำปรึกษากับทูตพาณิชย์ได้โดยตรง เพื่อสร้างลู่ทางในการทำธุรกิจ

งานนี้จะมีทูตพาณิชย์จาก 51 ศูนย์ทั่วโลก มาให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ แบ่งเป็น 10 กลุ่มตลาด ได้แก่ ตลาดอาเซียน เอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย จีน (รวมฮ่องกงและไต้หวัน) เอเชียใต้ อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา ยุโรป รัสเซียและซีไอเอส แอฟริกา และตะวันออกกลาง

ถือเป็นการระดมสมองเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ และเป้าหมายการส่งออกของไทยในปี 2558 เพื่อที่จะได้วางแผนในการผลักดันการส่งออกได้อย่างถูกต้อง โดยจะมีการประเมินการส่งออกเป็นรายตลาด ทั้งตลาดหลัก ตลาดที่มีศักยภาพ และตลาดใหม่ เพื่อให้มองเห็นภาพในการส่งออกได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลเบื้องต้น พล.อ.ฉัตรชัย ได้กำหนดเป้าหมายการส่งออกในปี 2558 ไว้ว่าจะขยายตัว 4% และต้องการที่จะผลักดันให้ขยายตัวมากกว่านี้ ส่วนปีนี้คงพลาดเป้า 3.5% แต่ไม่น่าจะขยายตัวติดลบ

ว่ากันว่า งานนี้จะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมยางพารา เข้าพบ พล.อ.ฉัตรชัย เพื่อหารือถึงแนวทางในการช่วยยกระดับราคายางพารา เพื่อแก้ไขปัญหายางพาราราคาตกต่ำ และช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายยางพาราได้คุ้มกับต้นทุนอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค