posttoday
"นักสืบงานแต่ง" อาชีพมาแรงแห่งแดนภารต

"นักสืบงานแต่ง" อาชีพมาแรงแห่งแดนภารต

14 ตุลาคม 2557

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

การแต่งงานของประเทศอินเดียถือเป็นโอกาสพิเศษอันยิ่งใหญ่ แต่ละครอบครัวเก็บเงินมาตลอดชีวิตเพื่อโอกาสพิเศษที่ต้องดีที่สุดต่อหน้าบรรดาแขกเหรื่อนับพันคน เจ้าบ่าวต้องได้เจ้าสาวที่ดีที่สุด ภรรยาต้องได้สามีที่ดีที่สุด ไม่มีการหลอกลวงประวัติชีวิตและประวัติการทำงาน

จึงไม่แปลกเลยที่ในอินเดียจะมีธุรกิจอย่างนักสืบสำหรับงานแต่งงานโดยเฉพาะ และเป็นเรื่องปกติสำหรับครอบครัวต่างๆ ที่จะจ้างนักสืบเพื่อไปตรวจสอบเจ้าบ่าวเจ้าสาวก่อนที่จะจับคู่บุตรหลานให้แต่งงานกัน

ในอินเดียยังมีทัศนคติที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของสตรีอยู่มาก ทว่าตลาดงานของนักสืบงานแต่งกลับต้องการนักสืบที่เป็นผู้หญิงมากกว่า เพราะลูกค้าส่วนใหญ่คือมารดาของฝ่ายหญิง ซึ่งมีหน้าที่ในการหาเจ้าบ่าวมาแต่งงานกับลูกสาวนั่นเอง ดังนั้น เหล่าคุณแม่จึงสบายใจมากกว่าที่จะจ้างผู้หญิงด้วยกันในการไปสืบฝ่ายชาย

ธาราลิกา ลาฮารี วัย 53 ปี เริ่มธุรกิจนักสืบงานแต่ง “เนชั่นเนล ดีเทคทีฟ แอนด์ คอร์เปอร์เรท คอนเซาท์แทนท์” หรือ “เอ็นดีซีซี” เมื่อปี 1994 ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 5,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.6 แสนบาท) ซึ่งครอบครัวธาราลิการ่วมสนับสนุนเงินทุนในส่วนนี้

ธาราลิกามีประสบการณ์ทำงานในแวดวงนักสืบงานแต่งมาตั้งแต่ปี 1987 โดยก่อนหน้านั้น หญิงแดนภารตผู้นี้เริ่มทำงานโดยปราศจากความรู้และทักษะใดๆ เกี่ยวกับงานนักสืบ

ในปัจจุบันบริษัทของธาราลิกามีพนักงาน 15 คน และกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นอานิสงส์จากการที่สื่ออินเทอร์เน็ตที่ขยายตัวไปทั่วโลก ทำให้ข้อมูลของบุคคลต่างๆ นั้นเต็มไปด้วยข้อมูลลวง ซึ่งทำให้ความต้องการนักสืบเพื่อสืบหาข้อมูลจริงของบุคคลนั้นๆมีมากขึ้นด้วย

“ตอนนี้พวกเราต้องจัดการกับใครก็ตามที่ลงหลอกลวงโปรไฟล์ของตัวเอง โดยพวกเขาเหล่านั้น อาจอยู่ในอินเดียหรือต่างประเทศก็เป็นได้” ธาราลิการะบุเหตุผลที่การตรวจสอบก่อนงานแต่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ครอบครัวต่างๆ ต้องการเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่แน่ใจได้ว่าไม่ได้หลอกลวงใดๆ

ดังนั้น งานของนักสืบงานแต่งจึงเป็นการตรวจสอบว่า “ตัวตน” ของเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวในอนาคตที่แสดงออกมานั้น ทั้งหมดนั้นเป็น “ตัวตน” จริงๆ หรือไม่ โดยหลักฐานสำคัญที่จะโน้มน้าวลูกค้าได้ เช่น ภาพถ่าย บันทึกการโทรเข้าออก

ธาราลิกา เล่าว่า มีงานหนึ่งที่ครอบครัวของฝ่ายหญิงนึกสงสัยชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งตัวดี ขับรถหรู และนัดเจอครอบครัวฝ่ายหญิงในร้านอาหารราคาแพง เมื่อนักสืบงานแต่งไปตรวจสอบจึงพบว่าผู้ชายคนนั้นหลอกลวงทุกอย่าง ทั้งประวัติ การงาน และรถหรูที่มีก็เป็นแค่รถเช่า

รายได้ของบริษัทเกิดจากการปิดงานแต่ละชิ้น โดยค่าจ้างของการตรวจสอบก่อนงานแต่งนั้นอยู่ที่ 500 เหรียญสหรัฐ

ไม่เพียงแต่งานสืบก่อนการแต่งงาน แต่งานสืบหลังงานแต่งก็สร้างรายได้ให้กับบริษัทเช่นเดียวกัน เนื่องจากในปัจจุบันอัตราการฟ้องหย่าในประเทศอินเดียพุ่งสูงขึ้น ทั้ง (อดีต) สามีและภรรยาต่างต้องการหลักฐานเพื่อใช้ในการฟ้องร้องหย่าอีกฝ่าย

ดังนั้น การสืบหาหลักฐานสำหรับข้อพิพาทหลังงานแต่งจึงเป็นอีกหนึ่งงานที่นักสืบงานแต่งรับทำ และได้ค่าจ้างมากกว่างานสืบก่อนงานแต่งเสียอีก แม้กระทั่งทนายความบางทีก็ต้องมาจ้างธาราลิกาเพื่อหาหลักฐานสำหรับการฟ้องหย่าเลยทีเดียว

“ศาลต้องการหลักฐานที่จับต้องได้” ธาราลิกา ระบุ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้การสืบใครสักคนจากอินเทอร์เน็ต ไม่อาจเอาชนะการหาหลักฐานจากวิธีดั้งเดิมอย่างการออกไปถ่ายภาพเป้าหมายได้

ด้วยการหลอกลวงบนอินเทอร์เน็ต อัตราการหย่าร้างที่เพิ่มมากขึ้น และความสำคัญอันยิ่งใหญ่ของงานแต่งงานในสังคมอินเดีย กลายเป็นโอกาสทองสำหรับการทำงานของใครหลายคน ที่เรียกว่า “นักสืบงานแต่ง” นั่นเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค