posttoday
12 ปี ไทยกับกองทุน FIF

12 ปี ไทยกับกองทุน FIF

14 ตุลาคม 2557

สวัสดีครับ ปี 2014 จัดว่าเป็นอีกปีที่กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ FIF ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยเป็นอย่างมาก หากพอจำกันได้กองทุน FIF นั้นเริ่มเกิดขึ้นในปี 2002 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้ว โดยตอนนั้นมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 5 แห่งเป็นผู้เสนอขายกองทุน FIF ในรุ่นแรกในวงเงินการเสนอขายที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ มาจนถึงวันนี้จำนวนกองทุน FIF ในบ้านเรามีมากมายหลายร้อยกอง ถ้ารวมกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ระบุอายุเวลาด้วย ผมคิดว่าอาจมีการออกกองทุน FIF ในเมืองไทยไปแล้วเป็นหลักพันกอง โดยล่าสุดกองทุนรวม FIF ในไทยมีขนาดใหญ่ถึงกว่า 8 แสนล้านบาท หรือกว่า 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าตลาดกองทุนรวมในประเทศไทย เรียกได้ว่ากว่าทศวรรษที่ผ่านมาการเติบโตของกองทุนรวม FIF ทั้งด้านอุปทานที่มีหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ จาก บลจ. และความรู้ความเข้าใจของนักลงทุนได้พัฒนาไปมากทีเดียวครับ

สวัสดีครับ ปี 2014 จัดว่าเป็นอีกปีที่กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ FIF ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยเป็นอย่างมาก หากพอจำกันได้กองทุน FIF นั้นเริ่มเกิดขึ้นในปี 2002 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้ว โดยตอนนั้นมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 5 แห่งเป็นผู้เสนอขายกองทุน FIF ในรุ่นแรกในวงเงินการเสนอขายที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ มาจนถึงวันนี้จำนวนกองทุน FIF ในบ้านเรามีมากมายหลายร้อยกอง ถ้ารวมกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ระบุอายุเวลาด้วย ผมคิดว่าอาจมีการออกกองทุน FIF ในเมืองไทยไปแล้วเป็นหลักพันกอง โดยล่าสุดกองทุนรวม FIF ในไทยมีขนาดใหญ่ถึงกว่า 8 แสนล้านบาท หรือกว่า 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าตลาดกองทุนรวมในประเทศไทย เรียกได้ว่ากว่าทศวรรษที่ผ่านมาการเติบโตของกองทุนรวม FIF ทั้งด้านอุปทานที่มีหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ จาก บลจ. และความรู้ความเข้าใจของนักลงทุนได้พัฒนาไปมากทีเดียวครับ

ในปี 2002 กองทุน FIF รุ่นแรกที่เสนอขายมีทั้งกองทุนหุ้นโลก กองทุนหุ้นกู้แปลงสภาพ กองทุนตราสารหนี้เอเชีย รวมถึงกองทุน Global Balance ในช่วงปีแรกๆ กองทุน FIF ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใหม่มากและนักลงทุนยังไม่มีความรู้ความเข้าใจมากนัก จนถึงช่วงปี 20042005 หุ้นไทยค่อนข้างจะซบเซา ขณะที่หุ้นทั่วโลกให้ตอบแทนที่ดีต่อเนื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นคือในปี 2005-2006 จึงกลายเป็นช่วงที่กองทุน FIF ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะกองทุนที่ลงทุนในหุ้นโลก หุ้นเอเชีย นอกจากนี้ยังมีกองทุน FIF ตราสารหนี้ที่ระบุอายุเวลาการลงทุนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาในปี 2008 ซึ่งมีวิกฤต Hamburger ในช่วงเวลานั้นสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลงอย่างหนักไม่ว่าจะหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ กองทุน FIF ต่างประเทศหลายตัวที่เคยสร้างผลกำไรกลับได้รับผลขาดทุนอย่างหนัก บางกอง NAV ลงมาเกินครึ่งก็มี เรียกว่าผลกระทบเกิดขึ้นระดับน้องๆ เมื่อเทียบกับการปรับตัวลดลงของกองทุนหุ้นบ้านเราในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งเลยทีเดียว เมื่อวิกฤต Hamburger ผ่านพ้นไป ความนิยมในกองทุน FIF ประเภทเสี่ยงสูงอย่างหุ้นต่างประเทศก็ได้ลดลงไปมากพอควร ประกอบกับหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 20092012 ทำให้นักลงทุนเริ่มหันกลับไปสนใจกองทุนหุ้นในประเทศมากกว่า

มาจนถึงปี 2013 ซึ่งตลาดหุ้นไทยกลับมาผันผวนอีกครั้ง โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงไปประมาณ 7% รวมถึงมีปัญหาเรื่องวิกฤตการเมืองในประเทศ ขณะที่หุ้นต่างประเทศอย่างอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น กลับสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่ามาก ส่งผลให้กองทุน FIF กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในปี 2014 โดยเฉพาะกองทุนหุ้นต่างประเทศที่เติบโตขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกองทุนเปิด หรือกองทุนหุ้นต่างประเทศประเภททริกเกอร์ฟันด์

เล่าประวัติศาสตร์กันมาซะยาว ถึงตรงนี้ข้อสังเกตที่ผมอยากฝากไว้คือ ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีหลายปีที่ผลตอบแทนของกองทุนหุ้นต่างประเทศไปในทิศทางตรงข้ามกับกองทุนหุ้นไทย ดังนั้นประโยชน์ของการลงทุนใน FIF นอกจากสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีแล้ว ก็คือ การกระจายการลงทุน (Diversification) หากนักลงทุนไทยมีกองทุนต่างประเทศในพอร์ตในปี 2004 หรือ 2013 ซึ่งตลาดหุ้นไทยติดลบ ขณะที่หุ้นต่างประเทศเป็นบวก การลงทุนในต่างประเทศจะช่วยรักษาเงินลงทุนโดยรวมของพอร์ตของท่านนักลงทุนได้มาก

ขณะที่การพยายามจับจังหวะเข้าลงทุนในกองทุนหุ้น FIF ต่างประเทศทำได้ค่อนข้างยาก เพราะบ่อยครั้งที่ผ่านมานักลงทุนมักจะเข้าซื้อลงทุนหลังจากปีที่ตลาดปรับขึ้นไปพอสมควรแล้วและขายขาดทุนหลังจากปีที่ตลาดปรับตัวลดลงมากๆ สรุปคือ การจับจังหวะ “ซื้อถูก ขายแพง” ก็ยังคงเป็นเรื่อง “พูดง่าย แต่ทำยาก” บ่อยครั้งที่เราเห็นตลาดใดขึ้นต่อเนื่องมาสักช่วงเวลาหนึ่งก็มักจะอดไม่ได้ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในตลาดนั้น เช่นเดียวกันเมื่อตลาดใดๆ ตกแรงๆ นักลงทุนจำนวนมากก็มักจะถอดใจและถอนตัวออกจากตลาดนั้น แต่หากวิเคราะห์ดูให้ดีหากเราตัดสินใจตรงกันข้ามกับสิ่งที่ทำไปอาจกลายเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดก็เป็นได้ครับ

ประวัติศาสตร์ 12 ปีผ่านไป อนาคต 12 ปีต่อจากนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าตลาดการลงทุนในกองทุนรวม FIF จะมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกมากและมีความหลากหลายมากขึ้น จากความรู้ความเข้าใจของนักลงทุนที่มีมากขึ้น รวมถึงอนาคตที่จะมีการเปิดเสรีตลาดกองทุนที่จะเปิดโอกาสให้มีกองทุน รวมถึง บลจ.อีกมากจากต่างประเทศเข้ามาเป็นทางเลือกให้นักลงทุนไทย ผู้เขียนหวังว่าประวัติศาสตร์เรื่องกองทุน FIF ที่นำมาเล่าในวันนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในการนำกองทุน FIF มาประยุกต์ใช้ในการจัดพอร์ตลงทุนของท่านให้มีผลตอบแทนที่ดีขึ้นและมีความเสี่ยงที่ลดลงในระยะยาวครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน