
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
TISCO กำไรหด 3.8% จากเศรษฐกิจชะลอ
TISCO กำไรหด 3.8% จากเศรษฐกิจชะลอ
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (TISCO) เปิดเผยว่า กลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 1,088 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปีนี้ ลดลงจำนวน 43 ล้านบาท หรือ 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปีก่อน แต่มีกำไรเพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.2% จากต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลง และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 5.6% สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การตั้งสำรองหนี้สูญลดลง 5.8% จากภาวะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่เริ่มทรงตัวและสามารถบริหารจัดการได้
“ด้วยนโยบายการบริหารธุรกิจที่รอบคอบ มีประสิทธิภาพ และการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอของทิสโก้ จึงเชื่อมั่นว่าจะทำให้ภาพรวมการดำเนินธุรกิจ เติบโตได้ดีในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ไปจนถึงปี 2558” นางอรนุช กล่าว
สำหรับเงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2557 มีจำนวน 274,779 ล้านบาท ลดลง 2% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามภาวะตลาดยานยนต์ที่ยังคงอ่อนตัวส่งผลให้สินเชื่อเช่าซื้อปรับลดลงตามยอดขายรถยนต์ รวมถึงการปรับตัวลดลงของสินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ (Car Inventory Financing) ในขณะที่กลุ่มสินเชื่อธุรกิจขยายตัว 0.6% ตามภาวการณ์ลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มปรับตัวในทางบวก ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เริ่มทรงตัว โดยมีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวมอยู่ที่ 2.35%
ไตรมาส 2 ปีหน้าหนุนตรวจสอบภายในบริษัทเล็ก
นายสุรพงษ์ ชูรังสฤษฎิ์ นายกสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย (สตท.) เปิดเผยว่า คาดว่าไตรมาส 2 ปี 2558 จะเริ่มโครงการผู้สนับสนุนการตรวจสอบภายในให้กับบริษัทขนาดกลางเล็ก ที่เตรียมพร้อมจะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ แล้ว
ทั้งนี้ จะช่วยให้ฝ่ายตรวจสอบภายในของบริษัทดังกล่าวมีการตรวจสอบภายในที่ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้บริษัทมีการจัดทำระบบบริหารความเสี่ยงที่ดีด้วยในอนาคต เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันบางบริษัทใช้ผู้ตรวจสอบภายในจากบริษัทข้างนอก แต่อาจจะทำให้เกิดการตรวจสอบไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเกิดประโยชน์ได้อย่างประสิทธิผลมากที่สุด
อย่างไรก็ดี ระหว่างนี้ทางสมาคมกำลังพิจารณาที่จะให้ผู้ตรวจสอบภายในที่เกษียณอายุไปแล้วเข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว เพราะหากเป็น ผู้ตรวจสอบภายในที่จบใหม่จะทำให้มีต้นทุนที่สูง ซึ่งก็ได้รับกาตอบรับ ที่ดีจากผู้ตรวจสอบภายในที่เกษียณอายุไปแล้วในระดับหนึ่ง







